Category: สุขภาพ

6 วิธีเดินลดพุงง่ายๆ สลายไขมันหน้าท้อง หุ่นฟิตเฟิร์ม

วิธีลดพุงง่าย ๆ แค่เดินออกกำลังกายก็มีหน้าท้องฟิต ๆ ได้ แค่ทำตามนี้ ก็ได้ประโยชน์สองต่อไปแบบเต็ม ๆ 1. เดินตัวตรง ท่าทางในการเดินส่งผลดีมากกว่าที่คิด ไม่เพียงแค่ช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดีเท่านั้น แต่ยังทำให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องและหลังได้ออกกำลังกายไปด้วยในตัว ซึ่งท่าทางในการเดินออกกำลังกายที่เหมาะสมคือ หน้าตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่ควรเกร็งคอ ไหล่ และหลัง ถ้าทำได้ตามนี้ การเดินออกกำลังกายของคุณจะได้ผลดีต่อกล้ามเนื้อร่างกายส่วนบนแน่นอน 2. แกว่งแขนขณะเดิน เราอาจจะเคยได้ยินว่าการแกว่งแขนขณะเดินจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น และทำให้เดินเร็วขึ้น แต่นอกจากนี้การแกว่งแขนก็ยังช่วยให้ร่างกายทั้งส่วนบนและล่าง รวมทั้งหน้าท้องได้ออกกำลังกาย แค่เพียงแกว่งแขนไปตามจังหวะการเดินเท่านั้น แต่ถ้าอยากให้ร่างกายเผาผลาญได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็สามารถเร่งจังหวะการแกว่งแขนได้ รับรองได้เลย ถ้าทำเป็นประจำไขมันที่หน้าท้องมลายหายไปชัวร์ !  3. ทำท่าชกลม เราอาจจะเคยเห็นว่าบางคนเวลาที่เดินออกกำลังกายจะทำท่าชกลมไปด้วย ขอบอกว่านั่น ไม่ใช่ท่าทางแสดงความฟิตเพียงอย่างเดียวนะ แต่ยังเป็นวิธีออกกำลังกาย ที่ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น ขณะที่ชกออกไปข้างหน้ายังช่วยให้กล้ามเนื้อของร่างกายส่วนบนได้ออกกำลังกาย รวมทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ดังนั้นคราวหน้าถ้าคุณเดินออกกำลังกาย ลองเดินไปชกลมไป โดยชกไปข้างหน้า 20 ครั้ง ชกขึ้นเหนือศีรษะ 20 ครั้ง ในทุก ๆ 2 นาทีของการเดิน อาจจะทำให้เหนื่อยขึ้นอีกหน่อย แต่รับรองผลที่ออกมาคุ้มค่าแน่นอน […]

5 วิธีลด รอยย่นบนหน้าผาก

รอยย่นที่หน้าผากเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สาเหตุก็คือการสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายก็จะค่อย ๆ สูญเสียคอลลาเจน และทำให้เกิดเส้นริ้วและรอยเหี่ยวย่นที่เห็นชัดเจนมากขึ้นตามวัย คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง แม้ว่าอายุที่มากขึ้น จะทำให้ร่างกายลดการผลิตคอลลาเจน แต่ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น แสงแดด มลภาวะและควันบุหรี่ ก็สามารถทำลายเส้นใยคอลลาเจนในร่างกาย และเป็นการเร่งกระบวนการชรา ที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวได้เช่นกัน หลายคนเลือกกำจัดรอยย่นที่หน้าผากด้วยการฉีดโบท็อกซ์ และพึ่งพากระบวนการทางการแพทย์ แต่ก็มีอีกหลายวิธีที่สามารถช่วยลดรอยย่นที่หน้าผากได้ด้วยตัวเอง และเพื่อเป็นการป้องกันรอยย่นหน้าผากที่จะเกิดขึ้นในอนาคตรวมถึงเป็นการลดรอยย่นที่หน้าผากให้น้อยลง เราได้รวบรวมวิธีที่คุณควรทำเพื่อดูแลตัวเองมาให้ค่ะ 5 วิธีลดรอยย่นหน้าผาก 1. ทาครีมกันแดดทุกวัน มื่อใดก็ตามที่เราออกไปข้างนอก รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์จะคอยทำร้ายผิวของเรา ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายของคอลลาเจน รวมถึงยังเป็นการเร่งกระบวนการเพิ่มสัญญาณแห่งวัย การใช้ครีมกันแดดสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง และยังช่วยชะลอความชรา ที่เกิดขึ้นกับผิวหนังได้ด้วย จากข้อมูลของ American Academy of Dermatology (AAD) เราควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือสูงกว่าเพื่อป้องกันรังสีที่เป็นอันตราย รวมถึงควรใช้ครีมกันแดดที่มีซิงค์ออกไซด์ 9% ขึ้นไป 2. ทามอยเจอร์ไรเซอร์ ผิวที่อ่อนแอและแก่ก่อนวัยจะไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ ส่งผลให้ผิวขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น การจัดการกับปัญหาผิวขาดน้ำทำได้โดยการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ ลองใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หรือเซรั่มที่มีสารให้ความชุ่มชื้นอย่างกรดไฮยาลูโรนิก […]

19 เมนูลดน้ำหนักในเซเว่น ซื้อง่ายกินได้ไม่อ้วน

เมนูลดน้ำหนักในเซเว่น 2022 ซื้อง่ายในเซเว่นมาฝากคุณสาวๆ ที่กำลังชดใช้กรรมหลังจากทานบุฟเฟ่มื้อใหญ่ไปค่ะ การควบคุมอาหารเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลมากๆ อีกหนึ่งวิธี ยิ่งทำควบคู่ไปกับการออกกำลังยิ่งได้ผลเร็วขึ้นไปอีก สำหรับเมนูลดน้ำหนักนั้นแน่นอนว่าคุณสาวๆ ต้องพับเก็บของโปรดทั้งหลายไปก่อน เน้นเมนูที่มีแคลอรี่ต่ำ ทานง่ายและอิ่มนาน ที่สำคัญสารอาหารต้องครบท้วน ฉะนั้นตามไปดูเมนูลดน้ำหนักหาซื้อง่ายในเซเว่น ราคาถูก กินได้ไม่อ้วน 1. ไข่ต้ม 80 แคลอรี่ ราคา 16 บาท 2. ไข่ตุ่น 164 แคลอรี่ 19 บาท 3. ลูกชิ้นอกไก่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 60 แคลอรี่ ราคา 45 บาท 4. โจ๊ก สูตรลดโซเดียม 120 แคลอรี่ ราคา 25 บาท 5. ซีเล็คทูน่าสเต็ก 60 แคลอรี่ ราคา 49 บาท 6. ทูน่าสลัด 130 แคลอรี่ ราคา 29 […]

10 เมนูลดน้ำหนักมื้ออาหารกลางวัน

เพราะมื้อกลางวันเป็นมื้อค่อนข้างเร่งด่วน ต้องรีบทาน แล้วกลับไปทำงาน ไปเรียนต่อ ถ้าไม่เลือกทานดีๆ มื้อกลางวันมื้อนี้แหละค่ะจะช่วยเพิ่มไขมันให้กับร่างกายเรา แล้วมื้อกลางวันควรทานเมนูอะไรบ้างตามไปดูกันเลยค่ะว่าอาหารลดน้ำหนักมื้อกลางวันที่เรานำมาฝากมีอะไรบ้าง 1. สุกี้ไก่ หรือ สุกี้ทะเล (200 แคลอรี่) 2. ซุปหน่อไม้ (90 แคลอรี่) 3. ลาบไก่ + ข้าวเหนียว 1 ห่อ (ลาบไก่ 80 แคลอรี่ + ข้าวเหนียว 150 แคลอรี่) 4. ต้มเลือดหมู + ข้าวไรซ์เบอรี่ (ต้ม 150 แคลอรี่ +ข้าว 60 แคลอรี่) 5. เกาเหลา (149 แคลอรี่) 6. ราดหน้าไก่หรือทะเล ไม่ใส่เส้น (300 แคลอรี่) 7. ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ (300 แคลอรี่) 8. สเต็กไก่ […]

10 อาหารที่ทำให้ท้องอืด ผายลม แน่นท้อง

ในบางครั้งเราก็มีอาการท้องอืดจนอยากจะเรอและผายลมออกมาได้ค่ะ การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารสามารถทำให้เรามีอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้ ซึ่งอาการท้องอืดแบบนี้มักจะเกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารบางอย่าง และอาหารเหล่านั้นก็ก่อให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของเราค่ะ ผลที่ตามมาคือเรามักจะเรอ ท้องป่อง ท้องอืดและในบางครั้งก็ผายลม คนที่มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ๆ ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว อย่างไรก็ตามหากเรามีแก๊สในกระเพาะอาหารมากและรู้สึกท้องอืดได้ง่าย การลดการบริโภคอาหารบางชนิดก็สามารถช่วยได้ ซึ่งลิสต์ต่อไปนี้เป็นประเภทของอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้และเราควรหลีกเลี่ยงค่ะ 1. ถั่ว อาหารแรก ๆ ที่เรานึกถึงนั่นก็คือถั่วค่ะ ถั่วมักจะอยู่ในรายการอาหารลำดับต้น ๆ ในการทำให้เราผายลมได้ ซึ่งถั่วหลายชนิดมักมีน้ำตาลราฟฟิโนสเป็นจำนวนมาก น้ำตาลชนิดนี้เป็นน้ำตาลเชิงซ้อน ที่มักทำให้ร่างกายมีปัญหาในการย่อย เมื่อน้ำตาลราฟฟิโนสผ่านเข้าไปสู่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ก็จะไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรีย ทำให้เกิดไฮโดรเจน คาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทน ซึ่งก๊าซทั้งหมดนี้จะถูกขับออก ทางทวารหนักและทำให้เราผายลมนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการลดแก๊สในระบบย่อยอาหาร เราอาจจะต้องลดการบริโภคถั่วออกไปบ้างค่ะ 2. ผลิตภัณฑ์จากนม แลคโตสเป็นน้ำตาลที่พบได้ในนมและผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งรวมไปถึงชีส โยเกิร์ตและไอศกรีม สำหรับผู้ที่ร่างกายผลิตเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอจะมีปัญหาในการย่อยแลคโตส และทำให้เรามีภาวะแพ้แลคโตสค่ะ ซึ่งอาการแพ้แลคโตสนี้สามารถทำให้ร่างกายเกิดแก๊ส เพิ่มมากขึ้นได้ หากเรามีภาวะนี้ให้หลีกเลี่ยงหรือลดการบริโภคผลิตภัณฑ์นม แล้วหันไปทดแทนด้วยนมจากพืช เช่น นมอัลมอนด์หรือผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลืองแทนค่ะ 3. ธัญพืชเต็มเมล็ด ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวสาลีและข้าวโอ๊ต อาหารเหล่านี้มีทั้งเส้นใย น้ำตาลราฟฟิโนสและแป้ง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่และนำไปสู่การเกิดแก๊ส ในระบบทางเดินอาหารได้ แต่อย่างไรก็ตามข้าวกล้องรวมถึงข้าวไม่ขัดสีอื่น […]

กินกล้วยมื้อเย็น ลดน้ำหนักได้จริงไหมมีคำตอบ

ถ้าเรากินกล้วยอย่างถูกต้องถูกเวลา กล้วยสามารถช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 3 กิโลกรัม ภายใน 10 วันเลยทีเดียว โดยกล้วยนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี ซึ่งสารจำเป็นเหล่านี้ล้วนมีผลดีต่อการลดน้ำหนักทั้งนั้นค่ะ แต่จะกินกล้วยอย่างไรให้ผอมและดีที่สุด มาดูเคล็ดลับกันเลย มื้อเช้า กินกล้วยน้ำว้า 1 – 2 ลูกพร้อมน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอน จะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลมากขึ้น เพราะกล้วยนั้นมีทั้งวิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งจะช่วยเร่งการเผาผลาญของน้ำตาลและไขมันได้ดีค่ะ นอกจากนั้นคาร์โบไฮเดรตในกล้วยจะช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้เราไม่หิวโซแม้ต้องออกกำลังกายหนักหรือทำงานหนัก มื้อเย็น ก่อนกินอาหารเย็น 30 นาที แนะนำว่าให้กินกล้วย 2 ลูก แล้วตามด้วยน้ำ 1 แก้วค่ะ จะช่วยให้ผอมเร็วแถมลดน้ำหนักได้ดีสุดๆ ! เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงมาก จึงทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น ซึ่งถ้าเรากินกล้วยก่อนอาหารมื้อเย็น […]

ผมหงอกก่อนวัย 5 วิตามินป้องกันผมหงอก ลดผมหงอก

ผมหงอกนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็น อายุ ความเครียด อาหารการกิน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต พันธุกรรม รวมถึงการขาดวิตามินบางชนิดที่สัมพันธ์กับสุขภาพเส้นผมและสีผมของเรา ยกตัวอย่างเช่น 5 วิตามินเหล่านี้! ใครไม่อยากผมหงอกก่อนวัยหรืออยากให้สีผมกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง แนะนำให้เติมวิตามินเหล่านี้ให้ร่างกายเลยค่ะ 1. วิตามินบี 6 หากร่างกายขาดวิตามินบี 6 อาจจะส่งผลต่างๆ ตามมาได้ เช่น ผมแห้ง ปากแตก และมีอาการเหนื่อยล้า ซึ่งวิตามินบี 6 นั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพผิวและผม สำหรับใครที่มีผมผงอก วิตามินบี 6 ก็จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับเป็นสีเดิมได้เป็นอย่างดีค่ะ 2. วิตามินบี 12 หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดผมหงอกก่อนวัยก็คือ การขาดวิตามินบี 12 ค่ะ ซึ่งโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ในร่างกายที่เพิ่มขึ้นจะสร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) ที่จะทำให้สีผมกลายเป็นสีเทา แต่วิตามินบี 12 จะเข้าไปช่วยลดระดับโฮโมซิสเทอีน ป้องกันผมหงอกก่อนวัย และยังช่วยเปลี่ยนสีผมให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งได้ค่ะ 3. วิตามินบี 9 วิตามินบี 9 หรือ […]

5 ชาเพื่อสุขภาพ ช่วยชะลอวัย ลดเสี่ยงโรคร้าย

5 ชาเพื่อสุขภาพ ช่วยชะลอวัย ลดเสี่ยงโรคร้าย 1.ชารอยบอส สารต้านอนุมูลอิสระในชารอยบอสอาจมีส่วนช่วยปกป้องตับจากความไม่สมดุลกันของอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยฟื้นฟูอวัยวะจากความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ช่วยลดความดันโลหิต และยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงได้อีกด้วย ที่สำคัญชารอยบอสยังถือเป็นชาที่ไม่มีคาเฟอีน ดื่มแล้วไม่มีผลกระทบแบบชาที่มีคาเฟอีน สามารถดื่มได้ดีในตอนเย็นหรือตอนค่ำอย่างปลอดภัยค่ะ 2.ชาเขียว ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า EGCG (Epigallocatechin Gallate) ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ดี ช่วยส่งเสริมความจำ การเรียนรู้ และการตัดสินใจ อีกทั้งยังช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่สอดคล้องกับอายุที่มากขึ้น รวมไปถึงยังช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์เนื้องอกของมะเร็งบางชนิด อย่างเช่น มะเร็งตับอ่อนได้อีกด้วย 3.ชามะลิ ดอกมะลิ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ที่เกี่ยวข้องกับอายุ ดื่มชามะลิแล้วดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ช่วยลดผลกระทบจากความเครียด รวมถึงกลิ่นของชามะลิยังช่วยผ่อนคลาย สงบประสาท และควบคุมอารมณ์ได้ดี นอกจากนั้นชามะลิก็ยังช่วยให้เซลล์มะเร็งปากมดลูกตายได้อีกด้วย 4.ชาดอกชบา สารสกัดจากกลีบเลี้ยงและใบของชบามีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านเนื้องอก ป้องกันการแก่ชราเนื่องจากอนุมูลอิสระ ช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด ช่วยควบคุมความดันโลหิต อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระในใบชบา อย่างโพลีฟีนอลยังอาจช่วยกระตุ้นการตายของเซลล์เนื้องอกในมะเร็งผิวหนัง และยับยั้งการทำงานของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย 5. ชาคาโมมายล์ ชาคาโมมายล์ อุดมไปด้วยอะพิจีนีน (Apigenin) หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วน ช่วยส่งเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้น โดยอะพิจีนีนจะเข้าไปลดความวิตกกังวล […]

20 เมนู ลดน้ำหนัก สำหรับสาวออฟฟิศ

สาวออฟฟิศอย่างเรา จะฟิตหุ่น ลดน้ำหนัก ทั้งที ไม่ต้องพูดถึงเวลา ออกกำลังกาย เลยค่ะ เพราะเวลาทำอาหารก็เรียกได้ว่า แทบจะไม่มี ถ้าเป็นตอนเช้าไหนจะต้องแต่งหน้า แต่งตัว แล้วยังต้องทำผมอีก ถ้าเป็นตอนเย็นกลับมาบ้านก็อยากจะนอนซะแล้ว จะเอาเวลาไหนไปทำอาหารคลีนอาหารสุขภาพ งานนี้เราเลยมีอาหารลดน้ำหนักง่ายๆ ใช้เวลาทำไม่นานมาให้สาวๆ ได้ลองเอาไปทำกันค่าา แต่ละเมนูเน้นความผอม ความง่าย จะทำกินเวลาไหนก็หุ่นดีแน่นอน! และสูตรทั้งหมดนี้ก็เป็นของ คุณฟา เจ้าของเพจ วิถีคนจะผอม ที่พิสูจน์มาแล้วว่าเมนูทั้งหมดนี้ช่วยให้ผอมได้จริงๆ นะ! ใครอยากผอมบอกเลยว่า มาทำตามด่วน! 1. น้ำพริกกะปิ อกไก่ย่าง     วิธีทำอกไก่ย่าง 1.หมักอกไก่ด้วย ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม 1 ช้อนโต๊ะ 2.นำไปย่างกระทะเทฟล่อนพอสุก วิธีทำไข่ชะอม 1.ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง 2.เด็ดใบชะอมลงไปในไข่ 3.เจียวเข้ากัน 4.ตั้งกระทะ 5.เทน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะพอเคลือบกระทะ 6.ทอดเหมือนไข่เจียว วิธีทำน้ำพริกกะปิ 1.ใส่กะปิครึ่งช้อนโต๊ะ 2.บีบมะนาว ตามความเปรี้ยวของแต่ละคน 3.ตำให้เข้ากัน 4.ใส่ผงหญ้าหวาน 1 ช้อนชา 5.เติมน้ำร้อน 3-5 ช้อนโต๊ะ 6.ใส่พริกขี้หนูเม็ดตามความแซ่บของแต่ละคน […]

5 วิธีลดน้ำหนักแบบ IF สำหรับมือใหม่ ทำง่าย ได้ผลชัวร์

หลายคนอาจจะเคยได้ยินรูปแบบการลดน้ำหนักแบบ IF หรือ Intermittent Fasting ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักที่ทำให้ร่างกายสามารถดึงไขมันสะสมออกมาใช้ ทำให้น้ำหนักลดลง และยังช่วยให้ร่างกายสามารถลดไขมันได้เร็วมากขึ้น ซึ่งวันนี้เราขอเอา 5 วิธีการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และเหมาะต่อผู้ที่เริ่มต้นลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้มาแชร์ให้ได้ทำตามกันค่ะ 1.กำหนดช่วงเวลากินและอดอาหารให้ชัดเจน เริ่มแรกสำหรับผู้ที่เริ่มต้นลดน้ำหนักแบบ IF ต้องทำก็คือ การกำหนดช่วงเวลากิน และ ช่วงเวลาอดอาหารให้ชัดเจน ซึ่งควรจะเป็นการกำหนดช่วงเวลาที่เป็นไปตามนาฬิกาชีวิตด้วย เช่น ถ้าสาวๆ เลือกสูตรการทำ IF แบบ 16/8 ก็ควรจะเริ่มกินอาหารในช่วง 8 โมงเช้า และหยุดกินหลัง 4 โมงเย็น ในช่วงเวลาหลังจาก 4 โมงเย็นเป็นต้นไป จะเป็นช่วงเวลาของการอดอาหาร ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เลือกกินในช่วงดึก เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ แต่ควรเลือกช่วงเวลากินอาหารตามช่วงเวลาที่เราใช้ชีวิตตามปกติจะให้ผลดีกว่า 2.กินอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แม้ว่าการทำ IF จะมีช่วงเวลากินอาหารที่ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกินในปริมาณที่มากเกินไป เพราะการกินอาหารในช่วงเวลาที่กำหนด ก็ต้องกินให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเช่นกัน ซึ่งจะต้องดูที่ประเภทของสารอาหารที่ต้องกินในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และเพียงพอ ทั้งนี้ควรเน้นที่การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำเป็นหลัก เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผัก ผลไม้ไม่หวานจัด คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันอิ่มตัวสูง 3.ไม่เพิ่มและไม่ลดปริมาณอาหาร […]

Back To Top