5 วิธีลด รอยย่นบนหน้าผาก


รอยย่นที่หน้าผากเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สาเหตุก็คือการสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายก็จะค่อย ๆ สูญเสียคอลลาเจน และทำให้เกิดเส้นริ้วและรอยเหี่ยวย่นที่เห็นชัดเจนมากขึ้นตามวัย

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง แม้ว่าอายุที่มากขึ้น

จะทำให้ร่างกายลดการผลิตคอลลาเจน แต่ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น แสงแดด

มลภาวะและควันบุหรี่ ก็สามารถทำลายเส้นใยคอลลาเจนในร่างกาย และเป็นการเร่งกระบวนการชรา

ที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวได้เช่นกัน หลายคนเลือกกำจัดรอยย่นที่หน้าผากด้วยการฉีดโบท็อกซ์

และพึ่งพากระบวนการทางการแพทย์ แต่ก็มีอีกหลายวิธีที่สามารถช่วยลดรอยย่นที่หน้าผากได้ด้วยตัวเอง

และเพื่อเป็นการป้องกันรอยย่นหน้าผากที่จะเกิดขึ้นในอนาคตรวมถึงเป็นการลดรอยย่นที่หน้าผากให้น้อยลง

เราได้รวบรวมวิธีที่คุณควรทำเพื่อดูแลตัวเองมาให้ค่ะ

5 วิธีลดรอยย่นหน้าผาก

1. ทาครีมกันแดดทุกวัน

มื่อใดก็ตามที่เราออกไปข้างนอก รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์จะคอยทำร้ายผิวของเรา

ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายของคอลลาเจน รวมถึงยังเป็นการเร่งกระบวนการเพิ่มสัญญาณแห่งวัย

การใช้ครีมกันแดดสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง และยังช่วยชะลอความชรา

ที่เกิดขึ้นกับผิวหนังได้ด้วย จากข้อมูลของ American Academy of Dermatology (AAD)

เราควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือสูงกว่าเพื่อป้องกันรังสีที่เป็นอันตราย

รวมถึงควรใช้ครีมกันแดดที่มีซิงค์ออกไซด์ 9% ขึ้นไป

2. ทามอยเจอร์ไรเซอร์

ผิวที่อ่อนแอและแก่ก่อนวัยจะไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ ส่งผลให้ผิวขาดน้ำ

ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

การจัดการกับปัญหาผิวขาดน้ำทำได้โดยการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ

ลองใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หรือเซรั่มที่มีสารให้ความชุ่มชื้นอย่างกรดไฮยาลูโรนิก

เพราะกรดชนิดนี้สามารถดึงน้ำเข้าสู่ผิวและช่วยทำให้ผิวกลับมาอวบอิ่มได้

3. ทาครีมลดริ้วรอย

มีครีมลดเลือนริ้วรอยหลายแบรนด์ที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ ครีมเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพ

ในการลดเลือนริ้วรอยได้หรือไม่ ส่วนมากมักขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ออกฤทธิ์และระยะเวลาที่เราใช้

โดยส่วนผสมในการต่อต้านริ้วรอยที่ควรมองหาในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเหล่านี้คือ :

    • เรตินอล: ส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวต่อสู้กับริ้วรอยที่มีศักยภาพมากที่สุดคือเรตินอล
    • สารชนิดนี้สามารถช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน
    • ซึ่งสามารถช่วยลดเส้นริ้วและรอยเหี่ยวย่นเล็ก ๆ ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นได้
    • สารต้านอนุมูลอิสระ: สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี สามารถช่วยป้องกันความเสียหาย
    • ของอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิว รวมถึงยังสามารถช่วยเพิ่มคอลลาเจนได้อีกด้วย
    • ไนอาซินาไมด์: ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3
    • สามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้มากขึ้น

4. จัดการกับความเครียด

ความเครียดสะสมอาจทำให้เกิดริ้วรอย เนื่องจากฮอร์โมนความเครียดอย่างฮอร์โมนคอร์ติซอล

สามารถลดการผลิตคอลลาเจนได้ นอกจากนี้การมีสีหน้าเคร่งเครียดซ้ำ ๆ ทั้งวันก็ทำให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน

อย่างการขมวดคิ้วก็สามารถทำให้เกิดริ้วรอยลึกขึ้นบนใบหน้า อย่าลืมว่าไม่มีขั้นตอนทางการแพทย์ใด ๆ

ที่จะช่วยป้องกันการแก่ของผิวที่เกิดจากความเครียด แต่การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สามารถช่วยให้เราจัดการกับความเครียดและช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวหนังได้

5. หยุดสูบบุหรี่

นิโคตินเป็นหนึ่งในสารเคมีกว่า 4,000 ชนิดในควันบุหรี่ นิโคตินสามารถลดการไหลเวียนของออกซิเจน

และลดการส่งสารอาหารไปยังเซลล์ผิว ซึ่งและเป็นเหตุให้ผิวมีอายุมากขึ้นและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย

การสูบบุหรี่ยังทำให้ผิวยืดหยุ่นน้อยลง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก

ซึ่งการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังจะทำให้เกิดความหย่อนคล้อยได้ง่าย เท่านั้น

ยังไม่พอการสูบบุหรี่สามารถนำไปสู่การสลายตัวของคอลลาเจน ทำให้เกิดเส้นริ้วบนหน้าผาก

และเกิดรอยย่นได้ทั่วใบหน้า ยิ่งเราสูบบุหรี่นานเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอย

ก่อนวัยมากเท่านั้น ดังนั้นหนึ่งในวิธีที่ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้นั่นก็คือการเลิกสูบบุหรี่

Back To Top