5 ปัจจัยเสี่ยงของอาการ ตากระตุก

ตากระตุก เกิดจากอะไร ?

นพ. นนท์ รัตนิน จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลจักษุรัตนิน ระบุว่า อาการตากระตุก

เกิดจากกระแสประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณรอบดวงตามากผิดปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

อาการตากระตุกมีความรุนแรงตั้งแต่ตากระตุกเล็กน้อย ไม่นานก็หายได้เอง

ไปจนถึงตากระตุกจนตาปิด รวมไปถึงอาการตาเขม่น ที่เป็นอาการหนังตา

หรือเปลือกตากระตุก เป็นได้ทั้งเปลือกตาบน และเปลือกตาล่าง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการตากระตุก

1.ดวงตาอ่อนล้าจากการใช้งานดวงตาหนัก เช่น จ้องจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นาน ๆ

2.ความเครียด ความกังวล

3.พักผ่อนไม่เพียงพอ

4.ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมาก

5.อาการข้างเคียงของโรคลมชัก

ตากระตุกแบบไหน ถึงไม่ปกติ ?

โดยทั่วไปแล้วหากเกิดอาการตากระตุก ไม่ว่าจะเป็นด้านขวา หรือซ้าย

ไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงหรืออันตรายใด ๆ แต่หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์

1.ตากระตุกติดต่อกันทุกวันเกิน 1 สัปดาห์

2.มีอาการกระตุกที่บริเวณอื่นด้วย เช่น มุมปาก

3.ตากระตุกพร้อมกันทั้งสองข้าง

4.ตากระตุกแรงมากจนตาปิด รบกวนการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน

5.มีอาการผิดปกติที่ตาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตาบวม ตาแดง มีขี้ตามาก เป็นต้น

วิธีหลีกเลี่ยงอาการตากระตุก

ตามปกติแล้วอาการตากระตุกไม่อันตราย และสามารถหายได้เอง แต่หากไม่อยากมีอาการตากระตุก สามารถทำได้ดังนี้

1.ลดการใช้งานคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้น้อยลง หากมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าว

ควรพักสายตาราว 5-10 นาที ระหว่างการใช้งานทุกๆ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

2.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน

3.พยายามทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด หรือกังวลจนเกินไป

4.ลดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนให้น้อยลง

5.นายแพทย์สมาน ตั้งอรุณศิลป์ ระบุว่า หากตากระตุกหนักมาก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด

แยกเส้นเลือดออกจากเส้นประสาท ไม่ใช่วิธีรักษาให้หายขาด

แต่เป็นการช่วยบรรเทาอาการตากระตุกให้น้อยลง หรือเบาลงได้

ขอขอบคุณข้อมูล  IPST Channel สสวท.goodlifeupdate.com

Back To Top