Month: November 2020

5 วิธีมีความสุขแบบสบาย ๆ เรียบง่าย

1. หัดให้อภัยตัวเอง ทุกครั้งที่ทำผิดพลาดหรือทำอะไรไม่ได้อย่ างใจต้องเลิกโทษว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเอง (แม้ความผิดพลาดนั้นจะเกิดจากเราจริงๆ) ให้คิดว่าเราได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว หัดยอมรับในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นให้ได้เพราะการคิดวนเวียนไปมาซ้ำซากนั้น ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบสิ้นไปมีแต่จะทำให้เราเป็นทุกข์ใจเพิ่มมากขึ้น 2. หยุดเปรียบเทียบ อย่ าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กเกรด 4 ที่อยู่หน้าห้อง คนเก่งที่สุดในที่ทำงานหรือเพื่อนที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มเพราะแท้จริงแล้วเขาเหล่านั้นอาจ ไม่มีความสุขในชีวิตเลยก็ได้!…ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่โดยหันไปมองคนที่ใช้ชีวิตธรรมดาแต่หัวเราะร่าได้ทุกวันแทนดีกว่า 3. พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเสียหน้าหรืออับอาย เช่นถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่น หรือถูกแซวแรงๆจนหน้าม้านแทนที่คุณจะแอบเสียใจหรือน้อยใจกับคำพูดนั้น ลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า แท้จริงเขาคงปรารถนาดีอย ากให้เราปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เพียงแต่เขาพูดไม่เป็นและไม่รู้จักกาลเทศะเมื่อมองได้อย่ างนี้ใจของคุณก็จะเป็นสุขด้วยความคิดบวกของตัวเอง 4. ลดความคาดหวัง การตั้งความคาดหวังในชีวิตมากๆมีแต่จะทำให้เป็นทุกข์ใจและเมื่อไหร่ที่เรา เป็นทุกข์รัศมีความทุกข์ก็จะแผ่ไปยังคนรอบข้างด้วยทำให้ไม่มีใครอย ากเข้าใกล้ ฉะนั้นเราจึงควรลดความคาดหวังลงและเมื่อเราไม่คาดหวังกับตัวเองมากนัก เราก็จะรู้สึกสนุกกับสิ่งที่เราทำมากยิ่งขึ้น…เผลอๆผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ 5. มองหาความสุขเล็ก ๆ รอบตัว การจ้องจะไปให้ถึงเป้าหมายตลอดเวลาอาจทำให้เราพลาดหลายสิ่งดีๆในชีวิตบางสิ่งที่เราคิดว่าไร้สาระในวันนี้ เมื่อนึกย้อนกลับไปอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเสียดายก็เป็นได้ลองเดินออกมาจากกรอบเดิม ๆ เพลิดเพลินกับความสุขเล็กๆรายทางที่เรามองข้าม เอาเวลาอันแสนมีค่ามามอบให้กับเพื่อนคนรักและครอบครัวดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าโลกที่ขาดความสมบูรณ์แบบใบนี้น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม ที่มา : นิตยสาร Secret

21 เคล็ดลับ พาตัวเองให้ประสบความสำเร็จ

คุณเคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ว่า ขณะนี้คุณได้ทำตามฝัน หรือได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้บ้างหรือยัง ซึ่งอาจมีเพียงไม่กี่คนที่ก้าวไปถึงจุดที่ ตัวเองตั้งใจไว้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไปไม่ถึงฝัน หรือล้มเลิกกลางครัน ทำให้สูญเสียโอกาสครั้งสำคัญไป และถ้าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว คุณเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า พวกเขามีแนวคิดในการใช้ชีวิตอย่ างไร แตกต่างจากคนทั่วไปอย่ างไร 1. เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันให้กลายเป็นนิสัย การปรับเปลี่ยนนิสัยบางอย่ างเพื่อสร้างรากฐานให้ชีวิตมั่นคงขึ้น นั้นไม่ใช่เรื่องยาก ทราบหรือไม่ว่าความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จ กับคนที่ความล้มเหลวคืออะไร ปัจจัยสำคัญอาจเกิดจากกิจวัตรประจำวันของคนคุณนั่นเอง เพียงแค่คุณใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ ถ้าตอนนี้คุณทราบแล้วว่าคุณต้องการเปลี่ยนนิสัยใด นั่นถือเป็นขั้นตอนแรกของการก้าวสู่ความสำเร็จแล้ว เช่น -ทุกวันนี้คุณใช้เวลาดูโทรทัศน์วันละหลายชั่วโมง ก็เปลี่ยนมาดูวันละ 1 ชั่วโมง -ปกติคุณจะไม่จำชื่อบุคคล หรือบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ ก็เปลี่ยนมาจดบันทึกไว้ในสมุด หรือกระดาษเพื่อให้จำได้ ถ้าคุณลองทำครบ 30 วันแล้ว เชื่อว่าคุณจะได้นิสัยติดตัวใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม และเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น 2. ตั้งเป้าหมายในทุกๆ วัน สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องมีเป้าหมายที่จะทำให้ขับเคลื่อนชีวิตในแต่ละวันได้ พวกเขาสร้างเป้าหมายตลอดเวลา วางแผนว่าในแต่ละวันจะต้องทำอะไรบ้าง จดรายการสิ่งที่ต้องทำอย่างละเอียด แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสร้างเป้าหมาย ควรมองความสำเร็จในระยะยาว วางแผนแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี […]

เ ลิ ก เป็นคนดี..แล้วชีวิตจะมีความสุข (อ่านแล้วจะรักตัวเอง)

1. เลิกเป็น ค น ดี เพื่อที่จะได้เป็นตัวของตัวเองอย่ างเป็นธรรมชาติ 2. เลิกกลัวการถูก เ ก ลี ย ด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง 3. เลิกใช้ชีวิตในสังคมที่คิดว่า ควรจะเป็นแบบนั้นเพื่อ รั ก ษ า สถานภาพของตนเองและเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางกลุ่มคนที่เราต้องการใช้ชีวิตด้วย 4. ย้ายไปในสถานที่ที่เหมาะกับตัวเรา 5. เลิกกลัวการต้องอยู่คนเดียว เพราะว่าคนเราสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยลำแข้ง กำลังและการตัดสินใจของตัวเอง 6. เลิกไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มใหญ่ใหญ่เพราะบางทีการได้อยู่คนเดียวจะสามารถทำให้มีเวลาพัฒนาตัวเองได้ 7. เลิกคิดว่าเราใช้ชีวิตเพียงลำพังไม่ได้ถ้าไม่มีเพื่อน 8. เพื่อนไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องคบ 9. การไม่แบ่งแยกทำให้เราสามารถเรียนรู้ที่จะคบหาผู้อื่นได้อย่ างอิสระ 10. ไม่จำเป็นต้องเสียสละตัวเองเพื่อที่จะโดนเอาเปรียบเพราะบางทีการพูดคุยกับผู้อื่นก็อาจสามารถแก้ปัญหาได้เหมือนกัน 11. การป ะ ท ะ และ ขั ด แ ย้ ง กับผู้อื่นบ้างไม่ใช่เรื่องที่ผิด 12. ไม่จำเป็นต้องเอาใจทุกคนเพื่อที่จะได้เป็นที่ชื่นชอบ 13. […]

คิดไว้หรือยังบั้นปลายชีวิต แก่ไปไม่มีลูกจะทำอย่างไร

ถ้าไม่มีลูกจะวางแผนชีวิตตอนแก่ยังไงดี? คำถามนี้คิดว่าหลายๆ คนอาจต้องการคำตอบ ยิ่งยุคสมัยนี้ คนไทยหลาย ๆ คนนิยมมีลูกกันน้อยลงเรื่อย ๆ หลายคนก็ตัดสินใจจะอยู่เป็นโสด ( ทั้งภาคบังคับ และสมัครใจ ) หลายคนก็มีความรักแบบไม่ผูกมัด หลายคนก็แต่งงาน แต่ตัดสินใจไม่มีลูกด้วยเหตุผลต่าง ๆ จึงเกิดตำถามคำถามว่าถ้าไม่มีลูกจะวางแผนชีวิตตอนแก่ยังไงล่ะ แล้วเราจะต้องไปอยู่ที่ไหน และใครจะคอยดูแลเรา สิ่งสำคัญของชีวิตที่ไร้ทาย าท คือ แผนการเงินที่พร้อมจะรับมือทุกสถานการณ์ เมื่อไม่มีลูกที่อาจจะมาสร้างรายได้ทดแทนเราตอนเกษียณ การวางแผนเรื่องรายได้อย่ างสม่ำเสมอจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตจึงสำคัญมาก ๆ เราควรเริ่มต้นวางแผนว่าจะมีชีวิตเกษียณด้วยเงินก้อนขนาดเท่าไหร่ และจะหาเงินก้อนนั้นมาได้อย่ างไรบ้าง ความรู้ด้านการเงิน และการลงทุน คือ เรื่องสำคัญ เราควรเรียนรู้และศึกษาเรื่องการวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ คิดเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยว่าจะใช้ชีวิตตอนแก่อย่ างไร สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้แผนการเงินของเราชัดเจนมาก คือ การวางแผนอย่ างชัดเจนว่าจะมีชีวิตอยู่อย่ างไร สำหรับคนที่อยู่ตัวคนเดียว (โสดหรือคู่รักเ สี ย ชี วิ ต ) หรือ คนที่อยู่กันเป็นคู่แต่ไม่มีทาย าท การเลือกอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้สูงอายุถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมาก […]

7 วิธีออกจาก “ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน” ถ้าปล่อยไว้..คงจบไม่สวย

1. ถามหัวใจตัวเองให้แน่ชัด วิธีแรกอาจจะไม่ง่าย แต่ต้องเริ่มให้ได้ก่อนนะจ๊ะสาวๆ หลายคนที่กำลังตกอยู่ในสถานะที่ไม่ชัดเจนหรือกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์คลุมเครือ ถ้าอย ากสลัดความรู้สึกค้างคานี้ให้ออกไปจากใจได้ อย่ างแรกเลยคือถามใจตัวเองดูว่าคุณรู้สึกยังไงกันแน่ ที่ผ่านมาเป็นยังไง แล้วเพราะอะไรถึงทำให้เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ในตอนนี้มันดูคลุมเครือ บางทีก่อนที่เราจะไปโวยวายหรือไปเอ่ยถามอีกฝ่าย เราควรถามตัวเองให้ได้ก่อนถึงจะถูก ถ้าเพื่อนๆ สามารถหาคำตอบในคำถามที่เราบอกไปเมื่อกี้ได้ เพื่อนๆ จะรู้ตัวเองทันทีเลยว่าเราจะยอมทนอยู่แบบนี้หรือเลือกที่จะเดินออกมา แล้วจำเอาไว้นะ ในทุกๆ คำถามที่คุณจะตอบ ต้องอยู่บนหลักพื้นฐานของความจริง ห้ามเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป ไม่งั้นคุณก็จะหลงอยู่ในวังวนเดิมไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นลองถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่าควรไปต่อหรือหยุดทุกอย่ าง 2. ลองเปรยๆ ถามเค้าดูก่อน เอาจริงๆ ถ้ามัวแต่มานั่งคิดเองเออเอง มันก็ไม่ได้อะไรถูกปะ เพราะงั้นถ้ามีโอกาสลองถามเค้าไปเลยชัดเจนกว่า เข้าใจว่ามันย ากที่จะเอ่ยออกมาแต่ถ้าไม่อย ากตกอยู่ในสถานะคลุมเครือแบบนี้ การถามออกไป จะทำให้เราได้รู้อะไรๆ มากขึ้น แต่ถ้าไม่กล้าถามออกไปตรงๆลองแกล้งๆ เปรยถามออกไปก็ได้ วิธีนี้จะทำให้เรารู้ว่าควรวางตัวกับเค้ายังไง ตัดความอายทิ้งไปก่อน ตอนนี้เอาความสัมพันธ์ให้ชัดก่อนดีกว่าค่ะผู้หญิงยุคใหม่ต้องใจกล้า ถ้าเขายืนยันในความชัดเจนก็อาจจะได้คบหาดูใจกัน แต่ถ้าเขาปฏิเสธหรือยังทำตัวไม่ชัดเจน ไม่แม้แต่จะปริปากพูดอะไร ก็อย่ าเสียเวลาสนใจคนแบบนี้ บอกลาไปเลย! 3. ดูให้ชัด…นี่มัน “เพื่อน” หรือ “คนรู้ใจ” บางครั้งเราก็ดูไม่ออกนะว่า […]

ทำไมทำบุญแล้ว ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย

หนึ่งในสถานการณ์ที่มักจะสร้างความคลางแคลงใจให้แก่คนที่เพิ่งจะหันมาศึกษาธรรมะ รวมไปถึงผู้ที่ศึกษาธรรมะมานาน แต่ยังไม่มีความหนักแน่นมากพอที่จะเชื่อมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็คือ ทำไมทำบุญแต่ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ชาวพุทธจำนวนมากทำกิจก ร ร มทางศาสนาหลายอย่ างแล้วคิดว่า การกระทำดังกล่าวได้บุญแต่ความจริงแล้วบางอย่ างก็ได้บุญน้อยมากบางอย่ างไม่ได้บุญเลย เหตุการณ์ดังกล่าวมักจะทำให้ความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาของบางคนสั่นคลอน แล้วกลายเป็นคนหลงผิด ผมจึงขอรวบรวมเหตุผลส่วนหนึ่งมาอธิบายว่า เพราะเหตุใดการทำบุญจึงไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นดังนี้ 1. ทำบาปเอาไว้มาก แต่ยังทำบุญน้อย ลองคำนวณดูคร่าว ๆ ว่าเราเริ่มศึกษาธรรมะตอนอายุเท่าไร แล้วลองเปรียบเทียบดูว่า จำนวนปีที่เราทำบาปกับจำนวนปีที่เราทำบุญแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่ างเช่น สมมุติว่าผู้อ่ า นส่วนใหญ่ศึกษาธรรมะอย่ างจริงจังในช่วงอายุ30 กว่า ๆ ต่อมาได้หยุดทำบาปแล้วหันมาทำบุญในช่วงไม่เกิน 5 ปีหลัง ก็แปลว่าก่อนหน้านั้นเราทำบาปมาประมาณ 30 ปี และเริ่มทำบุญจริงจังมาประมาณ 5 ปี จะเห็นได้ว่า ปริมาณการทำบาปในชาตินี้ยังมากกว่าการทำบุญ ฉะนั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชีวิตอาจจะยังไม่ดีขึ้นอย่ างเห็นได้ชัด 2. บุญก็ทำ บาปก็ไม่เลิก คนจำนวนไม่น้อยศึกษาธรรมะ แต่เข้าถึงหลักธรรมเพียงด้านเดียวคือการทำบุญ โดยไม่ได้สนใจเลิกทำบาป จึงทำบุญไปด้วย ทำบาปไปด้วยชีวิตโดยรวมก็จะมีสภาพลุ่ม ๆ […]

10 ข้อดีของการอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียว

1. คุณเหมือนได้ชาร์จแบตจนเต็มอีกครั้ง การอยู่กับคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนห มู่มาก คุณจะเสียพลังงานเยอะ ต้องทำให้คนอื่นมีความสุข ทำให้คนอื่นๆ พอใจ รักษาภาพลักษณ์ตัวคุณเอง วางตัว และอีกหลายๆ อย่ างที่คุณต้องทำเมื่ออยู่กับคนอื่นๆ และสิ่งนี้ต้องการพลังงานอย่ างสูง เพราะฉะนั้น การได้อยู่คนเดียวซักพัก คุณจะเหมือนได้หยุดนิ่ง และเติมพลังงานเข้าสู่ร่างกายสักพักจริงๆ 2. คุณได้มีเวลามองย้อนดูชีวิตคุณเอง ชีวิตเราบางทีก็เดินไปเร็ว เพราะโลกมันหมุนเร็ว สังคมมันหมุนเร็ว ทุกอย่ างแข่งขันกับเวลา ทำให้บางครั้งเราไม่มีเวลาหยุดและมองสะท้อนชีวิตเราเอง วิเคราะห์สังเคราะห์ความเป็นไปของชีวิตเราเอง เพราะมัวแต่สนใจสิ่งรอบข้างและคนอื่นๆ มากเกินไป เพราะฉะนั้น การอยู่กับตัวเองคือเวลาที่เหมาะที่สุดที่คุณจะได้คิดถึงตัวเอง มองตัวเองได้ดีที่สุด 3. คุณได้สนใจอารมณ์ความรู้สึกตัวเองมากขึ้น หลายๆ ครั้งเราสนใจแต่ความรู้สึกของคนอื่นๆ แคร์ความรู้สึกและอารมณ์คนอื่นๆ จนลืมไปว่าเรามีอีกคนที่เราควรแคร์ อีกความรู้สึกที่เราควรใส่ใจ นั่นก็คือตัวเราเอง และหากคุรไม่ได้อยู่กับตัวเองเลย คุณจะหยุดเพื่อแคร์ความรู้สึกของคุณได้อย่ างเต็มที่และควรจะเป็นได้อย่ างไร 4. คุณจะเริ่มทำในสิ่งที่คุณทำแล้วคุณเองมีความสุข เวลาคุณอยู่กับคนอื่นๆ คุณจะอยู่ในจุดที่ว่า ประนีประนอมทำในสิ่งที่ทุกคนโอเค ทุกคนไปกันได้ อาจจะไม่มีความสุขเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอม เพราะบางทีสิ่งที่คุณชอบมากที่สุด […]

คน 13 ประเภท ที่ควรตีตัวออกห่าง

ในปัจจุบันนี้ เรามีเพื่อนกันมากมาย ทั้งเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนร่วมสถาบันเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนจากสมาคมต่างๆรวมถึงเพื่อนในโลกออนไลน์ด้วย บางคนแต่งตัวดี ดูภูมิฐาน พูดจาดีแต่ถ้าได้ลองคบดูลึกๆแล้วถึงได้เห็นธาตุแท้ของแต่คนละว่าเป็นยังไง ไอ้คนที่เรานึกว่าไว้ใจได้พึ่งพาอาศัยได้กลับไม่เคยช่วยเหลือเราเลยซักครั้ง แถมบางทียังอาจเอามี ด ม า แ ท งข้างหลังเราซะอีก แต่บางคน พูดจาไม่ดี หน้าตาไม่น่าคบ แต่งตัวก็ดูมอซอ กลับเป็นคนที่คอยช่วยเหลือเรา เป็นคนที่ไว้ใจได้ที่สุดซะงั้นและ 13 ข้อต่อไปนี้ เป็นบุคคลที่ไม่ควรคบ ไม่ควรเอาไว้ใกล้ตัว ห่างได้เป็นห่าง อย่ าไปข้อเกี่ยวด้วย จะดีที่สุด 1. ยืมเงินแต่ไม่คืน มีหลายคนแล้วที่ต้องแตกหักกันเพราะเรื่องเงิน เป็นเพื่อนกันย ามเดือดร้อน ถ้าช่วยเหลือได้ก็สมควรที่จะช่วยเหลือกันค่ะ แต่ในกรณีที่ถ้าเพื่อนคนไหนมายืมเงินเราบ่อยๆ แต่เวลาคืนกลับทำเหมือนไม่อย ากคืนและแกล้งทำเป็นลืมๆ ผลัดวันประกันพรุ่ง เกิน 3 ครั้ง ก็โบกมือบ๊ายบาย ซาโยนาระ มั้ย? 2. ไม่รู้จักขอบเขตของคำว่า ‘เพื่อน’ ถึงจะบอกว่าสนิทกันแค่ไหน ควรเว้นระยะ และเข้าใจคำว่า พื้นที่ส่วนตัวด้วยถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่ างไรว่าเท่าไหนถึงเรียกว่าไม่ล่วงเกินขอบเขต เอาหลักง่ายๆไม่อย […]

10 วิธีสร้างฐานะ แก่ตัวไป ยังไงก็ยังมีกิน มีใช้ไม่ขัดสน

1. คบคนอย่ างไรเราก็เป็นคนเช่นนั้น ใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มเพื่อนเจ้าสำราญ วันๆ ชวนกัน แต่ไปเที่ยวสังสรรค์ แต่ถ้าคบเพื่อนกลุ่มนักลงทุน วัน ๆ ก็ชวนกันคุยแต่เรื่องการออมเงิน การเงิน 2. ใช้ชีวิตวันนี้ แต่ไม่ลืมอนาคต เราควรเตรียมวางแผนการเงินไว้สำหรับอนาคต เช่น การศึกษาให้ลูก การวางแผนเกษียณ เตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน ประกันชีวิต 3. ขยัน และพย าย ามหารายได้เพื่อกระจายความเสี่ยง ยิ่งหากเป็นพนักงานออฟิศที่ทำงานประจำ มีความเสี่ยงจากการถูกปลดจากงาน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมองหารายได้เสริม เพื่อรองรับความเสี่ยงทางการเงินไว้ก็ดีนะ 4. รับ ใช้ จ่าย รู้ การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย มันช่วยได้ คือคำตอบ เพราะทำให้เรารู้การเคลื่อนไหว รู้แนวทาง และป้องกันเงินรั่วไหลอีกด้วยนะ 5. ไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถ้ามีโครงการที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ก็ควรวางแผนการออมล่วงหน้าจะดี และใช้เงินออมของเราเป็นหลัก 6. ออมไว้ ก่อนใช้ลงทุน การฝากเงินธนาคารไม่ดี […]

10 เคล็ดลับทำให้ผู้ชายใจอ่อน เผลอรักเราได้ง่ายๆ

หลายคนคงสังเกตอาการของผู้ชายออก เวลาที่เขาหน้าแดงก็เพราะเขินอาย แต่จริงๆ แล้วคือเขากำลังตกหลุมรักคุณอยู่ต่างหากล่ะ นั่นเป็นเพราะพฤติก ร ร มบางอย่ างที่คุณทำ มันส่งผลให้หัวใจเขาเต้นแรง และผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักจะหลงรักผู้หญิงที่ทำให้ใจเขาหวั่นไหวซะด้วยสิ ซึ่งจะมีพฤติก ร ร มใดของสาวๆ ที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบตกหลุมรักนั้น ตาม ไปเก็บข้อมูลกันดีกว่า เผื่อว่าจะเอาไปลองใช้แล้วเขาจะได้หลงคุณหนักมากกว่าเดิม 1. พูดชมเขาบ่อยๆ ด้วยความจริงใจ และแอบหยอดคำหวานตบท้ายประโยคเสมอ เพราะผู้ช่วยหลายคนชอบผู้หญิงขี้อ้อน เอาใจเก่ง 2. รอยยิ้มหวานๆ ทำให้หัวใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น บางครั้งที่ไม่ได้เจอหน้ากัน คุณอาจจะส่งรูปยิ้มหวานแสนสดใสไปแทนได้นะ 3. พูดว่าคุณชอบอะไรเหมือนๆ เขา แต่ก็ไม่ได้เก่งหรือรู้ดีเท่าเขา ถือเป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิด และช่วยให้เขากล้าใกลิชิดคุณมากขึ้นด้วย 4. ยอมทำให้สิ่งที่เขาชอบได้ อย่ างเช่นการเล่นเกมด้วย หรือการนั่งดูบอลข้างๆ เขา มันทำให้ผู้ชายรู้สึกเป็นตัวเอง โดยไม่ต้องฝืนอะไรเลย 5. ให้เกียรติเขาเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลัง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับกลุ่มเพื่อนแล้ว เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มีอีโก้สูง ฉะนั้นจะแพ้ทางผู้หญิงที่ฉลาดทางอารมณ์ 6. ถนุถนอมเขาราวกับว่าเป็นคนในครอบครัว ก็เพราะผู้ชายบางคนขาดความหวาน ดังนั้นหากคุณเติมเต็มให้เขาได้ ก็จะกลายเป็นว่าเขาจะหลงคุณหนักมาก […]

Back To Top