Month: October 2020

เตือนใจหลายคน อยู่ในสังคมสวมหน้ากาก เขาพูดดี ใช่ว่าเขาจะดีกับเรา

เราไม่มีทางรู้ว่า คนที่กำลังทำดีกับเรา ในใจเขาคิดอะไร สังคม หน้ากาก ใบหน้าฉาบด้วย รอยยิ้ม อาจซ่อน มีด ไว้ข้างหลัง อย่ าพึ่งให้ใจเกินร้อย อย่ าให้ใครเอาความแสแสร้ง มาแลกกับ ความไว้ใจ กว่า ลายจะออก กว่า หางจะโผล่ ต้องใช้เวลา ต้องดูให้นาน คิดเยอะ ดีกว่า ไม่รู้จักคิด โลกสวยมากไป ระวังจะกลายเป็น โลกมืด ให้ไป เท่าทีได้รับ ดีมาก็ดีกลับ แบบแฟร์ๆ แต่ถ้าคบแล้วมีแต่ เสีย ไม่เคย ได้ ก็ไม่จำเป็นต้อง แลก มันไม่คุ้ม ล้านคน ล้านความคิด จะให้ชอบอะไรเหมือนกัน คงเป็นไปไม่ได้ คนที่ จริต ตรงกัน แค่เห็นหน้าก็ถูกชะตา จะพูด จะคิด จะทำอะไร โดนใจ ไปหมด แต่ถ้า ไม่ถูกชะตา จะมี […]

5 วิธีปฏิเสธคนรู้จัก มาขอยืมเงิน

หลายคนคงจะเคยเจอกับสถานการณ์ ถูกเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จักมาขอยืมเงินกันบ้าง และก็เชื่อว่าส่วนใหญ่คงเลือกที่จะบอกเลี่ยงไว้ก่อนอยู่แล้ว เพราะว่าเรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใคร แถมยังมีกรณีตัวอย่ างยืมแล้วไม่ได้คืนออกมาให้เห็นอยู่ทุกวัน ซึ่งวิธีบอกเลี่ยงหรือปฏิเสธคนที่มายืมเงินอย่ างได้ผลนั้น ได้รวบรวมมาฝากทุกคนแล้ว ดังนี้ 1. บอกไปเลยว่า “ไม่มีจริงๆ” ข้อนี้สามารถมองได้ 2 แง่ก็คือการปฏิเสธหรือโกหกนั่นแหละ กับกำลังบอกจริงๆ นะว่าเราเองก็ไม่มีเหมือนกัน ซึ่งการบอกกล่าวเช่นนี้มักจะได้ผลเสมอ เพราะเราสื่อให้เขาเห็นโดยตรงเลยว่า เราก็ไม่ได้มีกำลังพอที่จะให้เขายืมเหมือนกัน แต่ฝั่งคนยืมก็คงจะฉุกคิดอยู่แหละว่า พูดแบบนี้แสดงว่าไม่อย ากให้ยืมชัวร์ 2. ให้ยืมไม่ได้ เพราะมีเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้อยู่เหมือนกัน การบอกปฏิเสธไปเช่นนี้ มักจะได้ผลกับคนที่ไม่ได้สนิทมาก แต่ดันกล้ามายืมเงินเราซะงั้น เหตุผลที่ว่าให้ยืมไม่ได้ เพราะมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เหมือนกัน อาจจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเคืองคุณอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็นั่นแหละเงินของเรานี่หน่า จะให้ยืมหรือไม่ให้มันก็เป็นสิทธิ์ของเรา 3. พึ่งถูกคนอื่นยืมไปก่อนหน้านี้ เป็นการปฏิเสธแบบคนคูลๆ ก็คือทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ว่า ไม่ใช่เราไม่อย ากช่วยเขา เพียงแต่พึ่งมีคนมายืมไปก่อนหน้านี้นี่เองเลยไม่มีให้ยืม ฉะนั้นถ้าใช้ข้อ 1 และ 2 แล้วมันยัง ไม่เวิร์คก็ลองใช้วิธีนี้บอกปัดดูนะ แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่ามันได้ผลที่สุดแล้ว ท่องไว้เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด อย่ าให้ความสัมพันธ์มาพังเพราะเรื่องยืมเงินเลย 4. […]

อ่านแล้วคุณจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น

1. ยอมรับความไม่สมบูรณ์​แบบของตัวเอง มันokที่เราจะผิดพลาดบ้าง โก๊ะกังบ้าง อย่ากดดันตัวเองเกินไป ไม่ต้องพยายามเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์​แบบไม่มีอยู่จริง ถ้าเราพยายามจะสมบูรณ์แบบ มันเป็นการฝืนธรรมชาติ​ของโลกนี้ ทำให้เราเครียดกับชีวิตเกินไปเปล่าๆ แค่เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แค่นี้มันก็okแล้ว 2. รักและเมตตาตัวเองบ้าง อย่ าเฆี่ยนตีตัวเอง หรือดุว่าตัวเองนักเลย เราดีพอแล้วในตอนนี้ วินาทีนี้ เราทำดีที่สุดแล้ว ในทุกขณะของชีวิต พูดดีๆกับตัวเอง คิดดีๆกับตัวเอง ประโยคที่ว่า”ฉันทำได้แค่นี้เองหรอ”, “ทำไมฉันทำไม่ได้”, “ฉันยังไม่เก่ง” ประโยคเหล่านี้มันบั่นทอนตัวเอง เลิกๆๆ ทิ้งไปให้หมด เปลี่ยนใหม่เป็น “มันโอเคนะ”, “ฉันทำดีที่สุดแล้ว”, “ฉันปล่อยวาง”,”ฉันมีความสุขกับปัจจุบัน”, ”ฉันกำลังเรียนรู้ แล้วมันจะดีขึ้นเรื่อยๆนะ”การรักและเมตตาตัวเอง ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อ 3. เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น การเปรียบเทียบทำให้เรารู้สึกด้อยค่า อิจฉาคนอื่นที่เขาดีกว่าเรา แล้วเราจะทำแบบนี้ เพื่อบั่นทอนใจตัวเองทำไม เขาจะเป็นยังไงก็เรื่องเขา เราก็เป็นในแบบของเรา ทำตัวเราเองให้ดีก็พอ พอดี พอเพียงในแบบของเรามันมีความสุขได้ง่ายๆสบายๆนะ 4. เป็นตัวของตัวเอง เพราะชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราก็มีดีในแบบของเรา เขาก็มีดีในแบบของเขา ไม่ต้องเหมือนกันก็ได้ เราทุกคนต่างก็มีดี มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง […]

10 ข้อดีของการเป็น “เด็กหลังห้อง”

โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน เด็กๆ ก็ไม่ซุกซน พวกเราทุกคนชอบไปโรงเรียน ชอบไป ชอบไปโรงเรียน… ลองนึกย้อนเวลาตอนสมัยเรียน แล้วก็อดขำไม่ได้ ในสมัยเรียน เราจะมีเพื่อนแถวหน้าห้อง ที่มักท็อปทุกวิชา แต่ร้องไห้เพราะมี B+ โผล่มาในเทอมนั้น กลับกัน ก็จะมีเพื่อนแถวหลังกลุ่มหนึ่ง ที่คิดว่าได้ A เป็นเรื่องตลก สอบตกเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อนกลุ่มนี้ มักจะ C ตลอดเทอม แต่เคยสังเกตมั้ยว่า เพื่อนกลุ่มนี้แหละ ทำไม? พวกเขาส่วนใหญ่ ถึงประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะด้านการงาน การเงิน ธุรกิจ สังคม หรือแม้กระทั่งด้านครอบครัว โดยมีตัวอย่ างมาแล้วมากมาย ทั้งในและต่างประเทศ และนี่คือ 10 เหตุผลว่าทำไมเด็กหลังห้อง มักจะได้ดีหลังสำเร็จการศึกษา 1. เด็กหลังห้อง – มักจะตั้งคำถาม ที่สวนทางกับการศึกษา เพราะเขาเชื่อว่า มีหลากหลายวิธี ที่จะได้มาซึ่งความรู้และการเรียนรู้นอกกรอบมักจะทำให้เขาเรียนรู้ในมุมที่แตกต่าง 2. เด็กหลังห้อง – จะไม่ยอมทำตามอะไรง่ายๆ เพราะเขามักจะมีคำถามว่า“ทำไม” […]

ลักษณะของคนมีบุญ จะมีนิสัยแบบนี้

เป็นคนมีบุญอย่างง่ายๆ ใครคือคนที่มีบุญมาก ท่านเองก็อาจมีบุญมากได้ด้วยการฝีกฝน คนที่ทำทานมาก อาจไม่ใช่คนที่มีบุญมากเสมอไป คนที่มีศีลมาก ก็อาจไม่ใช่คนที่มีบุญมาก แลคนที่ทำสมาธิมาก ก็อาจไม่ใช่คนที่มีบุญมากเช่นเดียวกัน คนที่ทำทานมาก..อาจเป็นเพียงคนที่รู้จักเสียสละมาก แต่ถ้า ในชีวิตประจำวัน นั้น ยังเป็นคนที่ขี้หงุดหงิดขี้บ่น รู้สึกว่ามีแต่เรื่องที่ไม่น่าพอใจ มีแต่เรื่องกวนใจมารบกวน มีแต่สิ่งที่ไม่น่า พอใจมาให้ได้พบเห็นมีแต่ความทุกข์ใจ จะถือว่าเป็นคนมีบุญมากได้อย่ างไร คนที่คิดว่ามีศีลมากทำสมาธิมาก ก็ไม่แตกต่างกันมากนักดอก เพราะถ้าในชีวิตประจำวันนั้น ยัง เป็นคนที่ขี้หงุดหงิดขี้บ่น รู้สึกว่ามีแต่เรื่องที่ไม่น่าพอใจ มีแต่เรื่องกวนใจมารบกวน มีแต่สิ่งที่ไม่น่าพอใจมาให้ได้พบเห็น มีแต่ความทุกข์ใจจะถือว่า เป็นคนมีบุญมากได้อย่ างไร… แต่ ก็ยังดีที่ได้สะสมอริยทรัพย์ไว้ใช้ในโลกหน้า เพียงแต่ในโลกปัจจุบัน ย่อมถือว่า ท่านยังไม่มีบุญมากจริง คนที่มีบุญมาก คือ…คนที่สบายใจง่าย..อยู่ที่ไหน ในเวลาใด ก็สุขง่าย…ทุกข์ย าก…มีแต่ความเบาจิต เบาใจ ปลอดโปร่งโล่งสบาย ท่านล่ะเป็นเช่นว่าหรือยัง ??? คนที่สามารถจ่ายค่าอาหารแพงๆ ในร้านดีร้านดัง แต่ยังปล่อยให้ตัวเองหงุดหงิด..กับบริการ หรือเรื่องอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ อาจเรียกได้ว่าเป็นคนมีสตางค์ มาก แต่ยังไม่ใช่คนมีบุญมากจริงๆ คนที่มีบุญมากจริงๆนั้น มักจะอยู่ง่ายกินง่าย ปรับตัวได้ง่าย […]

10 ด้านดีของคนโลกส่วนตัวสูง คนไม่ค่อยสุงสิงกับใคร คุณเป็นอยู่หรือเปล่า

1. คนโลกส่วนตัวสูง เป็นคนที่เอาใจง่ายเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ที่จะทำให้พวกเขามีความสุข ในทางกลับกัน พวกเขาชอบอยู่บ้าน อ่ านหนังสือดีๆมากกว่าการไปเที่ยวข้างนอก ที่มีคนเยอะและเสี ยงดัง สั่งเครื่องดื่ ม ร า ค า แ พ ง และเพราะอย่ างนี้ทำให้พวกเขาประหยัดเงิน และได้พักผ่อนหลังจากที่เคร่งเ ค รี ย ดมา 2. เป็นคนคุยเก่ง หากคุณเปิดปากพวกเขาได้เขามีเรื่องคุยที่น่าสนใจมากมายเลยล่ะ พวกเขาไม่ช อ บ การพูดคุยแบบตื่นเขิน และไม่ได้หมายความว่า พวกเขาไม่สนใจที่จะพูดคุยในประเด็นที่ลึกซึ้งหรอกนะ คนโลกส่วนตัวสูงมักถูกมองว่าเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ ช อ บเข้าสังคม 3. คนโลกส่วนตัวสูงจะเป็นผู้ฟังที่ดีเป็นคนที่จะฟังก่อนที่จะพูด จะสังเกตจากข้างนอกและเก็บรายละเอียดในใจเสมอ ก่อนที่จะพาตัวเองเข้าไปในวงสนทนานั้นๆการได้เตรียมตัว มันจะช่วยให้พวกเขาเดินเข้าไปพูดคุยได้มั่นใจมากขึ้น 4. คนโลกส่วนตัวสูง พึ่งพาตัวเองได้เสมอพวกเขาไม่ใช่คนที่ชอบพึ่งคนอื่นสักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะเขาเชื่อว่ามันเป็นเรื่อง งี่ เ ง่ า ที่ต้องขอให้คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของตัวเองความเป็นอิสระทำ ให้พวกเขารู้สึกเหมือนมีพลัง […]

25 เสน่ห์ของผู้ชาย ที่ทำให้ผู้หญิงชอบ

นอกจากรูปร่างหน้าตาภายนอกของผู้ชายที่เป็นสิ่งสะดุดตาอันดับแรกของผู้หญิงตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ลึก ๆ ลงไปพวกเธอยังมองเราแบบเจาะลึกลงไปถึงเนื้อใน นิสัย และบุคลิกของผู้ชายเพื่อค้นหาเสน่ห์ที่น่าหลงใหลมากกว่ารูปกายภายนอกอีกด้วย ว่าแต่เสน่ห์ของผู้ชายที่ผู้หญิงเป็นปลื้มสุด ๆ จะมีอะไรบ้างนั้น ว่าแล้วก็มาเช็กกันดีกว่าครับ 1.ผู้ชายที่รักในสิ่งที่ผู้หญิงเป็น ผู้หญิงบางคนอาจเป็นอาร์ตตัวแม่ มีนิสัยง้องแง้ง ไร้เหตุผล และอารมณ์แปรปรวนจนเราตามไม่ทัน แต่หากคุณยอมรับและรับในสิ่งที่เธอเป็นได้ คุณจะกลายเป็นคนที่น่ารักน่าคบหาที่สุด ยิ่งเวลาที่คุณใจเย็นแม้ย ามที่เธองอแงใส่ได้ คุณก็คือเทพบุตรดี ๆ นี่เอง 2.รักษ์โลก ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะครับว่า รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่ างความใส่ใจสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ก็เป็นเสน่ห์ของผู้ชายที่ผู้หญิงให้ความสนใจ นั่นอาจเป็นเพราะเมื่อผู้ชายมีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเช่นนี้ได้ แสดงว่าพื้นฐานด้านจิตใจของผู้ชายต้องดีพอสมควรและมันก็ดูเท่มาก ๆ 3.ผู้ชายลุย ๆ ไลฟ์สไตล์แบบลุย ๆ ของผู้ชายเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจผู้หญิงได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะต้องยอมรับว่าผู้ชายอย่ าง เรามีอิสระในการใช้ชีวิตมากกว่าผู้หญิงค่อนข้างเยอะ และนี่ก็เป็นความแตกต่างที่พวกเธอต้องยอมยกใจให้ โดยเฉพาะหากคุณสามารถพาเธอไปลุยไปสนุกด้วยกันได้ ก็ยิ่งทำให้เธอประทับใจได้แน่นอน 4.ไม่รังเกียจงานบ้าน อย่ าลืมว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคแห่งความเท่าเทียมทางเพศ ฉะนั้นงานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว และถ้าคุณอย ากดูเป็นหนุ่มแสนดีในสายตาสาว ๆ ล่ะก็ ลองหัดทำงานบ้านด้วยตัวเองเถอะ […]

16 วิธีสร้างบุญด้วยตัวเอง ไม่ว่าที่ไหนก็ทำได้ ทุกที่ทุกเวลา

1. ดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตา ย าย ที่อยู่ในบ้านให้ท่านมีความสุขพ่อแม่คือพระประจำบ้าน อย่ าทำให้ท่านเดือดร้อนใจ หรือเป็นทุกข์ใจ หรือถ้ามีโอกาสทำดีก็ควรหมั่นทำ อาจจะพาไปเที่ยว ซื้อของมาฝากและเรียกพวกท่านให้รับของที่เราซื้อมา เท่านี้ก็เป็นการทำบุญที่ดีสุดๆแล้ว 2. ตักบาตรตอนเช้าก่อนที่จะไปทำงาน ตื่นช้าขึ้นอีกสักนิด รู้จักการให้มากกว่าการรับ แล้วชีวิตของคุณจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น 3. สวดมนต์ วันละ 1 บท สร้างสมาธิด้วยการสวดมนต์วันละแค่ 1 บท ให้พระธรรมช่วยขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นอาจ เป็นบทสวดมนต์ง่ายๆ อย่ างการแผ่เมตตา หรืออิติปิโส แต่ถ้ามีเวลาหน่อยก็สวดพระคาถาชินบัญชร 1 จบก็จะดีเลยละ 4. ถวายน้ำเปล่า 1 แก้ว หรือ อาหารคาวหวาน หรือ จะเป็นดอกไม้พวงมาลัย ให้พระพุทธรูปที่บ้านพระพุทธรูปประจำบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีของคนในบ้าน เราจึงควรดูแลท่านให้ดี 5. นั่งสมาธิอย่ างน้อย 5 นาที แบ่งเวลาแค่เพียงวันละ 5 นาที อยู่กับตัวเองด้วยการนั่งสมาธิเสียบ้าง ไม่เรียกว่าเสียเวลาหรอก […]

เวลาอยู่กับเพื่อนแล้วรู้สึกแบบนี้ ให้คุณเดินออกมา

ชีวิตสาวๆอย่ างเรา บางทีก็ต้องมีเพื่อนแบบต้องจำใจมี ด้วยสถานการณ์ต่างๆบังคับ แต่เธอจ๋าเธอ ชีวิตเราไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมทุกคน หรือตามใจคนที่ไม่ดีกับเราได้นะ ถ้ามีเพื่อนที่มีอาการแบบนี้และแสร้งตัวมาในคราบเพื่อนล่ะก็ บอกได้เลยว่า เลิกคบเพื่อน คนนี้ไปเสียเถอะ เพราะชีวิตไม่ได้ดีขึ้นแน่นอน 12.ไม่เป็นตัวเองเวลาอยู่กับเพื่อนคนนี้ เพราะไม่เคยรู้สึกมีความสุข ก็เลยไม่เป็นตัวเองไปด้วย เพื่อนแท้ๆ นั้น คุณจะไม่รู้สึกแบบนี้หรอกค่ะ เขาจะรักในแบบที่คุณเป็น และมีความสุขในแบบที่ต่างคนต่างเป็น 11.คุณไม่แน่ใจว่าคุณคือเพื่อนของเขาหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจก็ปล่อยไปเถอะ เพื่อนเขาไม่ปล่อยให้สงสัยกันหรอก 10.เขาไม่เคยขอโทษ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก ไม่เคยพูดว่าขอโทษแม้ว่าตัวเองจะ ผิดแค่ไหนก็ตาม การขอโทษนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าคุณจะสนิทกันแค่ไหนก็ตาม 9.คุณรู้สึกสบายใจเวลาไม่เจอเพื่อนคนนี้ เพื่อนน่ะถ้าอยู่ด้วยกัน ต้องรู้สึกดีขึ้นสิ ไม่ใช่แย่ลง 8.เก็บความลับไม่อยู่ เรื่องสำคัญในชีวิตบางอย่ างที่เราอย ากให้เขารู้เพียงคนเดียว แต่กลับเอาไปป่าวประกาศ โดยไม่แคร์ว่า เราจะรู้สึกยังไง แค่อย ากบอกให้สนุกปากเฉยๆ งานนี้ก็ต้องบายเพื่อนที่ไม่รักษาสัญญาแบบนี้ซะ 7.คุยแต่เรื่องไร้สาระ ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมเหมือนกัน ถ้าชีวิตแกไม่เคยจริงจังเลย 6.ค้านไปซะทุกเรื่อง ค้านด้วยความหวังดีมันก็ยังโอเคค่ะ แต่ถ้าค้านทุกสิ่งอย่ างในชีวิต และคอยทับถมคุณ เช่น “ชุดนี้สวยมากอะแก แต่สีฟ้าไม่ใช่ทางแกว่ะ ทำไมแกโชคร้ า […]

ความหวังดี 4 แบบ ที่บางทีอีกฝ่ายไม่ต้องการ

ความหวังดีที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ก็เท่ากับส่วนเกิน หวังดีแล้วไม่ได้ดี หวังดีแต่เขาไม่เห็นค่า อุตส่าห์หวังดีทำไมถึงโกรธ หวังดีก็หาว่าหนูแส่ไม่เข้าเรื่อง คำพูดน้อยใจหรือเสียใจประมาณนี้ เป็นสิ่งที่ผมพบได้บ่อยมาก ซึ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับผู้ที่หวังดีไม่มากก็น้อย แต่เมื่อฟังราย ละเอียดของเหตุการณ์แล้วพบว่า ความหวังดีที่เป็นส่วนเกินที่พบได้บ่อยนี้ สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ 1. หวังดีแต่ผลร้ า ย ต้องบอกก่อนว่ากรณีนี้ไม่ได้พูดถึงการ หวังดีประสงค์ร้ า ย ซึ่งในกรณีนี้จะหมายถึงการประสงค์ร้ า ยตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่มาทำ เหมือนดีด้วย แต่เป็นการทำด้วยความหวังดีจริงๆ แต่ผลกลับออกมาไม่ดี ตัวอย่ างของความหวังดีแบบนี้ เช่น สามีต้องเอาเอกสาร สำคัญไปทำงานพรุ่งนี้ ด้วยความกลัวลืมเอาไปมาก จึงเอากระเป๋าใส่เอกสาร ไปแขวนไว้ตรงหน้าประตู จะได้ไม่ลืม ภรรย าเดินผ่านมาเห็น จึงหวังดี เอาไปเก็บในห้องให้เพื่อความเรียบร้อย ผลคือสามีลืมเอาไป แน่นอนว่าความหวังดีที่ผลร้ า ยแบบนี้ มักทำให้อีกฝ่ายโกรธหรือไม่พอใจ หากมาวิเคราะห์ ความหวังดีประเภทนี้จะพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มักประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ […]

Back To Top