10 อาหารที่ทำให้ท้องอืด ผายลม แน่นท้อง


ในบางครั้งเราก็มีอาการท้องอืดจนอยากจะเรอและผายลมออกมาได้ค่ะ

การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารสามารถทำให้เรามีอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้

ซึ่งอาการท้องอืดแบบนี้มักจะเกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารบางอย่าง

และอาหารเหล่านั้นก็ก่อให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของเราค่ะ

ผลที่ตามมาคือเรามักจะเรอ ท้องป่อง ท้องอืดและในบางครั้งก็ผายลม

คนที่มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ๆ ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว

อย่างไรก็ตามหากเรามีแก๊สในกระเพาะอาหารมากและรู้สึกท้องอืดได้ง่าย

การลดการบริโภคอาหารบางชนิดก็สามารถช่วยได้

ซึ่งลิสต์ต่อไปนี้เป็นประเภทของอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้และเราควรหลีกเลี่ยงค่ะ

1. ถั่ว

อาหารแรก ๆ ที่เรานึกถึงนั่นก็คือถั่วค่ะ ถั่วมักจะอยู่ในรายการอาหารลำดับต้น ๆ

ในการทำให้เราผายลมได้ ซึ่งถั่วหลายชนิดมักมีน้ำตาลราฟฟิโนสเป็นจำนวนมาก

น้ำตาลชนิดนี้เป็นน้ำตาลเชิงซ้อน ที่มักทำให้ร่างกายมีปัญหาในการย่อย

เมื่อน้ำตาลราฟฟิโนสผ่านเข้าไปสู่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ก็จะไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรีย

ทำให้เกิดไฮโดรเจน คาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทน ซึ่งก๊าซทั้งหมดนี้จะถูกขับออก

ทางทวารหนักและทำให้เราผายลมนั่นเอง

ดังนั้นเพื่อเป็นการลดแก๊สในระบบย่อยอาหาร เราอาจจะต้องลดการบริโภคถั่วออกไปบ้างค่ะ

2. ผลิตภัณฑ์จากนม

แลคโตสเป็นน้ำตาลที่พบได้ในนมและผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งรวมไปถึงชีส โยเกิร์ตและไอศกรีม

สำหรับผู้ที่ร่างกายผลิตเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอจะมีปัญหาในการย่อยแลคโตส

และทำให้เรามีภาวะแพ้แลคโตสค่ะ ซึ่งอาการแพ้แลคโตสนี้สามารถทำให้ร่างกายเกิดแก๊ส

เพิ่มมากขึ้นได้ หากเรามีภาวะนี้ให้หลีกเลี่ยงหรือลดการบริโภคผลิตภัณฑ์นม

แล้วหันไปทดแทนด้วยนมจากพืช เช่น นมอัลมอนด์หรือผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลืองแทนค่ะ

3. ธัญพืชเต็มเมล็ด

ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวสาลีและข้าวโอ๊ต อาหารเหล่านี้มีทั้งเส้นใย น้ำตาลราฟฟิโนสและแป้ง

ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่และนำไปสู่การเกิดแก๊ส

ในระบบทางเดินอาหารได้ แต่อย่างไรก็ตามข้าวกล้องรวมถึงข้าวไม่ขัดสีอื่น ๆ

ถือเป็นธัญพืชชนิดเดียวที่ไม่ก่อให้เกิดแก๊สค่ะ

4. ผัก

ผักบางชนิด เช่น กะหล่ำดาว บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และกะหล่ำดอก

เป็นผักที่สามารถทำให้เกิดแก๊สเกินในกระเพาะอาหารได้ เพราะผักเหล่านี้มีน้ำตาลเชิงซ้อน

ราฟฟิโนสเช่นเดียวกันกับถั่วค่ะ อย่างไรก็ตาม ผักถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

ดังนั้นการที่จะงดการกินไปเลยอาจทำให้เราขาดสารอาหารบางอย่างได้

แนะนำให้ลดการบริโภคลงมานิดหน่อยจะดีกว่าค่ะ

5. น้ำอัดลม

น้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทโซดาอื่น ๆ สามารถเพิ่มปริมาณของแก๊สในระบบทางเดินอาหารของเราได้

เครื่องดื่มเหล่านี้มักทำให้เกิดการเรอและในบางครั้งก็ทำให้เราท้องอืดได้ด้วย

เนื่องจากในน้ำเหล่านี้มีกรดคาร์บอนิก เมื่อกรดชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายก็จะกลายเป็นแก๊สสะสม

อยู่ในกระเพาะอาหาร เมื่อแก๊สไหลย้อนกลับขึ้นมาทางปาก จึงทำให้เรามีอาการเรอออกมาในที่สุด

6. ผลไม้

ผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ล ลูกพีช ลูกแพร์ รวมถึงลูกพรุน มีน้ำตาลแอลกอฮอล์ (Sugar Alcohol)

ตามธรรมชาติ ซึ่งร่างกายมักจะมีปัญหาในการย่อยน้ำตาลชนิดนี้ค่ะ

ผลไม้หลายชนิดยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งเป็นเส้นใยที่เมื่อผ่านลำไส้ใหญ่

แบคทีเรียจะย่อยสลายและเกิดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทน

7. ลูกอม

เช่นเดียวกับน้ำอัดลม การรับประทานลูกอมก็อาจทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปได้เช่นกัน

รวมถึงลูกอมหลายชนิดยังใช้สารทดแทนความหวานซอร์บิทอลเป็นส่วนประกอบ

ซึ่งปัจจัยทั้ง 2 อย่างนี้ สามารถนำไปสู่การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้

8. หัวหอม

ในหัวหอมนั้นมีน้ำตาลธรรมชาติที่เรียกว่าฟรุกโตสอยู่ค่ะ และฟรุกโตสก็ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับ

น้ำตาลราฟฟิโนสและซอร์บิทอล การรับประทานน้ำตาลฟรุกโตสสามารถก่อให้เกิดแก๊สได้

โดยการเข้าไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้

9. หมากฝรั่ง

หมากฝรั่งที่ดูเป็นขนมเคี้ยวเล่นธรรมดา ๆ แต่กลับกลายเป็นแหล่งอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้ค่ะ

เพราะการเคี้ยวจะทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปได้มากขึ้น หมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาลบางชนิด

ก็ใส่สารทดแทนความหวานที่ทำให้ร่างกายย่อยได้ยาก เช่น ซอร์บิทอล แมนนิทอลและไซลิทอล

หากเราเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วมีอาการเรอบ่อย ๆ ก็แนะนำให้หยุดการกินอาหารชนิดนี้

เพื่อที่จะได้ช่วยลดแก๊สที่เกิดขึ้นในร่างกายค่ะ

10. อาหารแปรรูป

อาหารแปรรูปไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์แปรรูป ขนมขบเคี้ยว ซีเรียล หรือแม้แต่น้ำสลัด

อาหารแปรรูปบางชนิดก็มีส่วนผสมที่หลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงการเติมสารต่าง ๆ

เพื่อปรุงแต่งรสชาติอย่างฟรุกโตส แลคโตสและโซเดียม

ซึ่งการที่มีสารปรุงแต่งเหล่านี้อยู่เยอะก็สามารถนำไปสู่การเกิดแก๊สที่กระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นได้

Back To Top