ทำมะพร้าวให้เป็นมะพร้าวกะทิ เพิ่มมูลค่าให้มะพร้าวในสวน

thumbnail


ทำมะพร้าวให้เป็นมะพร้าวกะทิ เพิ่มมูลค่าให้มะพร้าวในสวน

บางคนอาจจะสับสนระหว่าง มะพร้าวกะทิ กับมะพร้าวที่เอามาทำแกงกะทิ ซึ่งมันคนละอย่างกัน

และตอนนี้หลายคนก็เริ่มจะหามะพร้าวกะทิมาลองกินกัน เพราะมีความอร่อย แต่มันไม่ได้หาทานกันง่ายๆนะ

วันนี้เราจึงจะพามาทำ วิธีบังคับมะพร้าวธรรมดา ให้เป็นมะพร้าวกะทิ แบบง่ายๆที่ทำกินเองได้ทุกคน

มะพร้าวกะทิ คืออะไร?

มะพร้าวกะทิ จะมีลักษณะ เ นื้ อ ฟูคล้ายผิวมะกรูด หนาอยู่ในผล 2-3 ซม. ผลจะมีน้ำน้อย มีความข้นเหนียว

มีรสชาติหอมหวานมัน ซึ่งหาทานได้ยากมากๆ ประโยชน์ของมะพร้าวกะทิ คือ มีเส้นใยอาหารสูง ดีกับระบบขับถ่าย มีไขมันต่ำ

วิธีที่ 1 การทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร

1. ใช้มะพร้าวที่ทำการเพาะไว้ เลือกแบบที่มีหน่อเหนือเปลือกขึ้นมาประมาณ 30 เซนติเมตร

2. จากนั้นให้ใช้ มี ด ตัดที่ส่วนปลายที่อยู่ด้านตรงข้ามกับหน่อออก ตัดให้กะลามะพร้าวขาดจากกัน จนสังเกตเห็นเนื้อขาวๆ

รวมถึงจาวสีเหลืองที่อยู่ด้านในกะลา

3. ให้นำจาวที่อยู่ด้านในกะลาออก แล้วให้นำดินเหนียวใส่ลงไปแทน ให้ใส่ลงไปจนเต็มลูกมะพร้าวเลย จากนั้นก็นำไปปลูก

4. การทำแบบนี้จะช่วยให้มะพร้าวธรรมดา กลายเป็นมะพร้าวกะทิได้ถึง 50%

เคล็ดลับ : หากอยากจะเพิ่มปริมาณ ให้นำผลมะพร้าวที่ไม่เป็นมะพร้าวกะทิมาเพาะ แล้วใช้วิธีเดียวกันนี้

จะทำให้มะพร้าวในต้นใหม่มีเปอร์เซนต์การเป็นมะพร้าวกะทิ ถึง 80 -90 %

วิธีที่ 2 การทำมะพร้าวกะทิแบบชั่วคราว

1. ก่อนอื่นให้นำถุงพลาสติกมาหุ้มจั่น ซึ่งจั่นไหนที่ถูกหุ้มด้วยถุงพลาสติก จั่นนั้นจะมีความผิดปกติ (จั่น คือส่วนที่เป็นดอกของมะพร้าว 1 จั่น จะเท่ากับ 1 ทะลาย)

2. การจะห่อจั่น จะต้องห่อตั้งแต่จั่นเริ่มบาน ให้ห่อไว้จนกระทั่งผลมะพร้าวโตมีขนาดเท่ากับลูกหมาก แล้วค่อยเอาถุงพลาติกออก

3. การห่อด้วยถุงพลาสติกแบบนี้ จะทำให้มะพร้าวในทะลายที่ห่อจั่น กลายเป็นมะพร้าวกะทิได้ถึง 90%

สำหรับมะพร้าวที่ไม่ได้ห่อจั่น ก็จะเป็นมะพร้าวธรรมดาเช่นเดิม หากอยากได้มะพร้าวกะทิแค่บางส่วน ก็ให้เลือกห่อแค่บางจั่นเท่านั้น

เราก็จะได้ทั้งมะพร้าวธรรมดา และมะพร้าวกะทิ

ส่วนมะพร้าวที่นำมาทำแกงกะทิ จะเป็นมะพร้าวแกง ที่มี เ นื้ อ แข็งและหนา เราจะเอามาขูดให้เป็นฝอย แล้วนำมาคั้นทำเป็น น้ำกะทิ นั่นเอง

กินกะทิ มีประโยชน์อย่างไร

ในกะทิ จะมี ก ร ด ที่เรียกว่า “ ก ร ด ล อ ริ ก” เมื่อรับประทานกะทิเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยน ก ร ด ลอริก

เป็น “โมโนลอริน” ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่มีในน้ำนมแม่ จะมีคุณสมบัติในการต้าน ไ ว รั ส แ บ ค ที เ รี ย

และ จุ ลิ น ท รี ย์ ได้ เรียกได้ว่าเป็น ส า ร ต่ อ ต้ า น เ ชื้ อ จุ ลิ น ท รี ย์ ไม่ว่าจะ แ บ ค ที เ รี ย เ ชื้ อ ร า โ ป ร โ ต ซั ว และ ไ ว รั ส ได้ดีเลยล่ะ

ขอบคุณข้อมูล : liekr

Back To Top