8 ผักสมุนไพรพื้นบ้าน ต้านโรคความจำเสื่อม ต้านแก่


ไหนใครชอบทานผักบ้างหากใครเบื่อทานแบบทั่วไปแล้ว วันนี้เรามีผักสมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่ได้กินให้อิ่มท้องธรรมดาๆ

แต่กินแล้วช่วยต้านความแก่ ต้านความจำเสื่อมได้มีทั้งหมด 8 ชนิดด้วยกันมีอะไรบ้างมาดูกันเลยคะ

กินบ่อยๆไม่แก่แน่นอน 8 ผักสมุนไพรพื้นบ้าน ต้านโรคความจำเสื่อม ต้านแก่

1.ผักกูด

ผักกูด ผักสมุนไพรที่หลายๆท่านชอบทาน เพราะมีรสชาติที่อมหวานเนื้อกรอบ ส่วนใหญ่คนนิยมกินกันที่ยอดและใบอ่อน

ผักกูดที่เรากินกันมักนิยมเอาไปต้มหรือลวกและสามารถนำไปทำแกงหรือผัดกับน้ำมันเฉยๆก็อร่อยได้

แต่ที่สำคัญมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรามากๆ

2.ผักปลัง

ชาวเหนือเรียกผักปั๋งกินอร่อยได้ทั้งยอดอ่อน ใบอ่อนและดอกอ่อน กินเป็นผักต้ม ลวกหรือนึ่งสุก จิ้มน้ำพริก

ชาวเหนือนิยมกินกับน้ำพริกดำ น้ำพริกตาแดง เอาไปแกงกับถั่วเน่าชาวเหนือกับอีสานเอายอดอ่อนกับดอกอ่อนไปแกงส้ม

เคล็ดลับความอร่อยควรใส่ผักปลังลงในหม้อเป็นสิ่งสุดท้ายหลังจากน้ำแกงเดือดเต็มที่เวลาใส่ผักลงไปควรกดให้จม

พอเดือดสักพักก็ปิดไฟไม่ควรรอให้เดือดนาน เพราะจะทำให้ผักปลังเละไม่น่ากินชาวเมืองกรุงทำเป็นผัดผักไฟแดงหรือผัดน้ำมันหอยผักปลัง

ช่วยในการระบาย จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย

กินบ่อยๆไม่แก่แน่นอน 8 ผักสมุนไพรพื้นบ้าน ต้านโรคความจำเสื่อม ต้านแก่

3.ใบชะพลู

เป็นผักที่มีกลิ่นหอม มีรสชาติที่เพชรอ่อนๆ เป็นผักสดที่นิยมทานคู่กับอาหารรสแซ่บ เช่นในเมนูของลาบน้ำตก

รวมถึงน้ำพริกชนิดต่างๆ เป็นผักที่ช่วยชูรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี ในทางภาคอีสานนิยมใส่ในแกงอ่อมต่างๆ

แกงหัวปลี ภาคใต้นิยมใช้แกงกะทิใส่ใบชะพลูรวมกับหอยแครง ส่วนภาคกลางนิยมใส่แกงคั่วหอยขม

หรือกินกับข้าวมันส้มตำที่เรานิยมทานกัน และเมนูที่นิยมทานกันมากที่สุดก็จะเป็นเมนูเมี่ยงคำที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ ขับลม ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ดีมาก

4.ผักหวาน

ผักหวานมีรสชาติหวานสมชื่อ นิยมนำไปนึ่งแล้วจิ้มกับน้ำพริกแจ่วสารพัดชนิด นอกจากนี้ยังใช้ทำแกงได้

คนอีสานนิยมนำไปแกงใส่ใข่มดแดง อันเป็นอาหารขึ้นชื่อยอดฮิตหรือแกงใส่ปลาย่างผสมใบชะอม

ทำเป็นแกงอ่อมก็อร่อยดีทางเหนือนิยมแกงผักหวานใส่ปลาย่างกับวุ้นเส้น ส่วนคนกรุงยังนำผักหวานไปผัดกับน้ำมันร้อนๆ

ปรุงด้วยซีอิ๊วเหยาะเกลือนิดก็อร่อย

กินบ่อยๆไม่แก่แน่นอน 8 ผักสมุนไพรพื้นบ้าน ต้านโรคความจำเสื่อม ต้านแก่

5.ใบบัวบก

คนทั่วทุกภาคนิยมกินใบบัวบกแต่ชื่อที่เรียกจะแตกต่างกันไป ภาคเหนือและอีสานเรียก ผักหนอก ภาคใต้เรียกผักแว่น

ใบบัวบกมีรสขมอ่อนๆ กลิ่นหอมและเป็นพืชที่กินสดๆ ได้ทั้งก้านและใบจึงเป็นผักแกล้มอาหารรสเข้มข้นจานต่างๆได้อร่อย

เช่นแกล้มน้ำพริก ส้มตำและอาหารจานเดี่ยว เช่น หมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัด

นอกจากนี้ยังใส่ในแกงเผ็ดและยำ ทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้น นอกจากทำอาหารแล้วบัวบกยังนำมาคั้น

ผสมน้ำตาลเล็กน้อย เป็นน้ำสมุนไพรดื่มให้รสหวาน หอม เย็นชุ่มคอ บัวบกช่วยระบายความร้อน

แก้อ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง แก้ไมเกรน บัวบกแก้ช้ำใน ทำให้โลหิตกระจาย หายฟกช้ำเร็วขึ้น

6.ไหลบัว

ไหลบัวคือหน่ออ่อนของต้นดอกบัวหลวงที่ยังไม่โผล่พ้นน้ำ ซึ่งต่างจากสายบัวที่เป็นส่วนก้านดอกของบัวสาย

ไหลบัวมีความกรอบและรสชาติหวานมันจึงนิยมนำมากินสด คนอีสานนิยมกินเป็นผักสดกับส้มตำ

แต่คนภาคกลางนิยมนำไปแกงส้ม ผัด หรือไม่ก็กินสดๆ ปัจจุบันเป็นไหลบัวผัดกุ้งเป็นเมนูยอดนิยมในภัตตาคารถือเป็นยาเย็น ช่วยบำรุงร่างกาย

กินบ่อยๆไม่แก่แน่นอน 8 ผักสมุนไพรพื้นบ้าน ต้านโรคความจำเสื่อม ต้านแก่

7.ผักแพว

ผักแพวหรือที่คนอีสานเรียกว่าผักแพ้ว ผักพริกม้า ส่วนคนเหนือเรียกผักไผ่ ความอร่อยของผักแพวอยู่ที่กลิ่นหอมและรสร้อนแรง

จึงนิยมกินเป็นผักสดแนมกับอาหารรสจัดแทบทุกชนิด และนำไปปรุงเป็นเครื่องปรุงรสในอาหารประเภทลาบและใส่แกงปลารสจัด

เพื่อตัดกลิ่นคาวปลาพร้อมกับปรุงอาหารประเภทหอยเพื่อเสริมความหอมกินแล้วช่วยขับลมในกระเพาะดีนัก

8.ใบยอ

ใบยอมีรสชาติขมและกลิ่นเฉพาะตัว แต่มีบทบาทอย่างมากในอาหารทั่วทุกภาคที่เด่นสุดคือภาคกลางใช้เป็นผักรองกระทงห่อหมก

เพราะความอร่อยของห่อหมกเข้ากันได้ดีกับใบยอและยังไม่มีผักอื่นเข้ามาแข่งได้  ส่วนภาคอีสานนำไปทำแกงอ่อมใบยอ

และภาคใต้ก็มีแกงรสเด็ดไม่แพ้กันคือ แกงเผ็ดปลาใส่ขมิ้นใบยอ การกินใบยอให้อร่อยควรตัดเส้นกลางใบออกและลวกก่อนนำมาแกง

จะช่วยลดความขมได้ใบยอช่วยบำรุงร่างกาย แก้ปวดท้อง ท้องร่วง

ขอขอบคุณข้อมูล  herbtrick.com

Back To Top