หน้าที่สามีที่ดี 5 ประการ และ ลักษณะ สามี 7 ประเภท ใครเจอแล้วถือว่ามีบุญ

thumbnail


              หน้าที่สามีที่ดี 5 ประการ และ ลักษณะ สามี 7 ประเภท ใครเจอแล้วถือว่ามีบุญ

หน้าที่สามีที่ดี …การเป็นสามีและพ่อที่ดี เป็นหน้าที่ ๆ ต้องอาศัยความรับผิดชอบและความอดทนอย่างมาก ซึ่งผู้หญิงหลาย ๆ คน ต่างก็มองหาคุณสมบัติดังกล่าวในตัวชายอันเป็นที่รัก คนที่จะสามารถฝากชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ให้ดูแล พร้อมเดินเคียงข้างไปด้วยกัน ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ …ดังนั้นการทำตัวเป็นสามีหรือพ่อที่ดี เป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติอย่างหนึ่งของคุณผู้ชายทุกคนที่มีครอบครัวแล้ว นั้นจึงจะเรียกว่าเป็นบุรุษที่เกิดมาอย่างสมบูรณ์แบบ

ความหมายของสามี – ภรรยา

สามี แปลว่า ผู้เลี้ยง; ผัว

ภรรยา แปลว่า ผู้ควรเลี้ยง; เมีย

ซึ่งคำทั้งสองนี้ เป็นคำที่แฝงความหมายอยู่ในตัว และเป็นคำคู่กัน ซึ่งก็หมายถึง ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสามีก็เพราะเลี้ยงดูภรรยา ผู้หญิงที่จะได้ชื่อว่าภรรยาก็เพราะทำตัวเป็นคนควรเลี้ยง

พื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้สามีภรรยาครองชีวิตกันยืนยาว มีความสุข คือคู่สามีภรรยาต้องมีสมชีวิธรรม ได้แก่

สมสัทธา มีศรัทธาเสมอกัน ได้แก่ มีหลักการ มีความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา มีเป้าหมายชีวิตเหมือนกัน

สมสีลา มีศีลเสมอกัน ได้แก่ ความประพฤติศีลธรรมจรรยา กิริยามารยาทอบรมมาดีเสมอกัน

สมจาคา มีจาคะเสมอกัน ได้แก่ มีนิสัยเสียสละชอบช่วยเหลือ ไม่เห็นแก่ตัว ใจกว้างเสมอกัน

สมปัญญา มีปัญญาเสมอกัน ได้แก่ มีเหตุผล มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ดื้อด้านดันทุรัง เข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน พูดกันรู้เรื่อง

วิธีทำให้ความรักยั่งยืน ตามหลักมงคลชีวิต 38

การเป็นสามีภรรยากัน เป็นเรื่องที่จะว่ายากก็เหมือนง่าย แต่ครั้นจะว่าง่ายก็เหมือนยาก เพราะเพียงแต่เราตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรสามีภรรยาจึงจะมีความรักยั่งยืนอยู่กินกันราบรื่นเพียงประเด็นเดียว แล้วลองเที่ยวหาคำตอบดู เถอะ ถามสิบคนก็ตอบสิบอย่าง บ้างก็ว่าเกี่ยวกับดวงชะตาคู่ธาตุ ต้องวางฤกษ์ วางลัคน์ให้เหมาะๆ บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ที่หัวสมัยใหม่หน่อยก็ว่า สำคัญที่แหวนหมั้นขันหมากเงินทุนให้มากๆ เข้าไว้ ความสุขในชีวิตสมรสจะ มีเอง แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องมงคลสมรสไว้สั้นๆ เพียงคำเดียวว่า สังคหะ แปลว่า การสงเคราะห์กัน และให้ปฏิบัติตามหลักสังคหวัตถุ 4 เพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน ดังนี้

1. ทาน การให้ปันแก่กัน คนเราถ้ารักที่จะอยู่ด้วยกันต้องปันกันกิน ปันกันใช้ หามาได้แล้วควรรวมกันไว้เป็นกองกลางแล้วจึงแบ่งกันใช้ หากไม่เอามารวมกัน อาจเกิดการระแวงกันได้ ที่ใดที่ปราศจากการให้ที่นั่นย่อมแห้งแล้งเหมือนทะเลทราย การปันกันนี้รวมทั้งการปันทุกข์กันในครอบครัวด้วย เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความทุกข์ มีปัญหา ก็ควรนำมาปรึกษากัน อีกฝ่ายก็ต้องรับรู้จักรับฟังและปลุกปลอบให้กำลังใจ

2. ปิยวาจา พูดกันด้วยวาจาไพเราะ แม้การตักเตือนกันก็ต้องระมัด ระวังคำพูด ถ้าถือเป็นกันเองมากเกินไป อาจจะเกิด ทิฐิ ทำให้ครอบครัวไม่สงบสุข โดยถือหลักว่า ก่อนแต่งงานเคยพูดไพเราะอย่างไร หลังแต่งงานก็พูด ให้เพราะ อย่างนั้น

3. อัตถจริยา ฝึกฝนตนให้เป็นประโยชน์ คือ มีความรู้ความสามารถ แล้วนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่นั้นมาช่วยเหลือกัน ประพฤติตนเป็นประโยชน์ต่อกันในทุกด้าน เมื่อรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควร ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง พยายามศึกษาหาความรู้ทางธรรม เอาใจมาเกาะกับธรรมให้มากสามีภรรยานั้นเมื่อทะเลาะกันมักจะโยนความผิดให้อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วย่อมมีความผิดด้วยกันทั้งคู่ อย่างน้อยก็ผิดที่ไม่หาวิธีที่เหมาะสมแนะนำตักเตือนกัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งทำความผิด

4. สมานัตตตา วางตัวให้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น เป็นพ่อบ้านก็ทำตัวให้สมกับเป็นพ่อบ้าน เป็นแม่บ้านก็ทำตัวให้สมกับเป็นแม่บ้าน ต่างก็วางตัวให้ เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งข้อนี้จะประพฤติ ปฏิบัติให้ดี ต้องฝึกสมาธิให้ใจผ่องใสเป็นปกติ เพราะคนที่ใจผ่องใสจะรู้ว่าในภาวะเช่นนั้น ควรจะวางตนอย่างไร ไม่ระเริงโลกจนวางตนไม่เหมาะสม

โดยสรุป คือปฏิบัติตนตามหลักทาน การให้ปันสิ่งของ รักษาศีล เพื่อให้มีคำพูดที่ไพเราะและเพื่ออุดข้อบกพร่องของตน จะได้เป็นคนมีประโยชน์ เจริญภาวนา คือการฟังธรรมและทำสมาธิ เพื่อให้ใจผ่องใสเกิดปัญญา จะได้วางตัวได้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น

หน้าที่สามีที่ดี 5 ประการ

1. ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภรรยา

การยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยาอย่างออกหน้าในสังคม ถือว่ามีความสำคัญต่อผู้เป็นภรยา เพราะภรรยาส่วนมากไม่ต้องการเป็นภรรยาแบบหลบๆซ่อนๆ หรือเป็นภรรยาเก็บ แต่ต้องการให้สามียกย่องว่าเป็นภรรยา โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนนามสกุลมาใช้ของสามีแล้ว ก็ยิ่งหวังที่จะให้สามีเป็นที่พักพิง และพึ่งพาได้

2. ไม่ดูหมิ่น

ผู้ที่ดูหมิ่นคนอื่นถือว่าไม่ให้เกียรติกันเป็นอย่างสูง ผู้ที่ไม่ดูหมิ่นน้ำใจภรรยา ไม่ดูหมิ่นในชาติตระกูล ไม่ดูหมิ่นรูปลักษณ์ ไม่ดูหมิ่นสติปัญญา หรือเรื่องต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ เพราะหากมีการดูหมิ่นกันแล้ว ย่อมทำให้เกิดความแครงใจ บาดหมางใจ และที่สุด คือ การเสื่อมศรัทธาในรักของอีกฝ่าย จนนำไปสู่การหย่าร้างของครอบครัว

3. ไม่นอกใจ

การนอกใจ คือ การประพฤติผิดในกาม ทั้งที่เกิดแต่ในใจคิดจะทำ และการกระทำไปแล้วด้วยการล่วงในกามของหญิงอื่นหรือไม่ก็ตาม การความประพฤติเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของภรรยาอย่างสูง จนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง และการเสื่อมในรัก สุดท้าย คือ การหย่าร้างกันในที่สุด แต่หากสามีประพฤติด้วยรักเดียวใจเดียว ย่อมนำมาซึ่งความรักที่ดำเนินต่อไปด้วยดี

4. มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้าน

สังคมไทยมีจารีตให้ฝ่ายภรรยาดูแลงานบ้านงานเรือนเป็นหลัก รวมถึงการดูแลขับสู้แขกเรื่อต่างๆ ที่มักเรียกกันว่า แม่บ้าน กิจนี้สามีให้มอบให้หญิงเป็นผู้ดูแล ด้วยการสนับสนุนเงินทองให้แก่ภรรยาเป็นนิจ อันเป็นค่าใช้จ่ายในงานบ้านงานเรือนต่างๆ

5. มอบของขวัญตามวาระโอกาส

วาระโอกาสต่างๆที่เป็นวันสำคัญของการครองรัก เช่น วันเกิด วันแต่งงาน เป็นต้น สามีที่ดีพึงหาของขวัญมอบให้ ด้วยของขวัญอันหญิงทั่วไปมักปรารถนา เช่น เครื่องประดับ เสื้อผ้า เป็นต้น การให้ของขวัญนี้ย่อมผูกสัมพันธ์ความรักของฝ่ายภรรยาได้

อานิสงส์การสงเคราะห์ภรรยา ( สามี )

1. ทำให้ความรักยืนยง

2. ทำให้สมานสามัคคีกัน

3. ทำให้ครอบครัวมีความสงบสุข

4. ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

5. เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

ลักษณะ สามี 7 ประเภท ที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้

พระพุทธองค์ได้แบ่งประเภทของสามีทางโลก (โดยอิงหลักทางธรรม) ได้ 7 ประเภท คุณผู้ชายที่แต่งงานมีภรรยาแล้วลองพิจารณาตัวเอง ว่าตัวนั้นจัดอยู่ในประเภทใดของสามี

1. วธกภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนเพชฌฆาต

คือ สามีที่เป็นคนขี้โมโหร้าย ชอบดุด่า ทำร้ายร่างกาย หรือใช้คำหยาบด่าทอให้ภรรยาเจ็บใจเป็นนิจ

2. โจรภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนโจร

คือ สามีที่ชอบกินชอบเล่น ชอบการพนัน มีนิสัยนักเลง คิดคดเอาเปรียบผู้อื่นเป็นนิจ

3. อัยยภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนนาย

คือ สามีที่ชอบใช้อำนาจทางการปกครองของตนต่อภรรยา ทำตนดุด่า กดขี่ หรือใช้งานภรรยาเสมือนภรรยาเป็นลูกจ้างคนหนึ่ง

4. ปิตาภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนพ่อ

มักเป็นสีที่มีอายุมากกว่าหรือมีคุณวุฒิมากกว่า สามีประเภทนี้มักมีความเป็นผู้นำสูง คอยนำทาง และชี้นำภรรยาเสมือนพ่อที่คอยห่วงลูกของตน

5. ภาตาภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนพี่ชาย

คือ สามีที่มอบความรักให้แก่ภรรยาคล้ายกับน้องสาวของตน ซึ่งสามีประเภทนี้มักเป็นผู้ที่ต้องคอยตามใจ และคอยปลอบใจ รวมถึงต้องคอยบอกคอยสอนเปรียบภรรยาตนเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง

6. สขาภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนเพื่อน

สามีประเภทนี้มักมีอายุพอกับภรรยาหรืออาจมีอายุน้อยกว่าหรือมากกว่า แต่ประพฤติตัวเสมือนเพื่อนกัน ซึ่งจะมีทั้งข้อดี ข้อเสียต่อฝ่ายหญิง

7. ทาสภัสดา = สามีที่ประพฤติตัวเสมือนทาส

หรือผู้คอยรับใช้ ทั้งงานเรือน กิจการงานทุกเรื่องโดยไม่รังเกียจ

ขอขอบคุณที่มา จาก : amarinbabyandkids.com



Back To Top