9 สิ่งที่ต้องระวังตัว ก่อนอายุ 35 ปี อย่าประมาทกับชีวิต


1. เริ่มต้นเก็บเงินได้แล้ว ก่อนที่มันจะสายเกินไปเริ่มต้นวางแผนการเงินของตัวเอง และ วางแผนชีวิตหลังเกษียณได้แล้วตั้งแต่

วันนี้เลย เรื่องการเงินมันไม่ใช่เรื่องตลกเลยใช่มั้ย ทุกวันนี้ต้องกินต้องใช้ ถ้ายังไม่ได้หายใจออก

ออกมาเป็นแบงก์ร้อยแบงก์พัน เรื่องนี้เราต้องดูแลให้ดี นอกจากนี้พอจะสรุปเป็นข้อย่อยๆ ได้อีกว่า

– ให้ความสำคัญกับการใช้หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงให้เร็วที่สุด

– แยกเงินสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เพราะ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคต เราจะเจอปัญหาแบบไหนบ้าง

สุขภาพ , การขึ้นโรงขึ้นศาล , การหย่ าร้าง , เรื่องธุรกิจ หรือ อื่นๆที่ย ากจะคาดเดา

– อย่ าสุรุ่ยสุร่าย และ อย่ าเพิ่งซื้อรถ ซื้อบ้าน ถ้ายังไม่มีความสามารถพอที่จะจ่ายในอัตราดอกเบี้ยของรายจ่ายพวกนั้น

– อย่ าลงทุนในสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจมันดีพอ ให้เก็บเงินก้อนเอาไว้ก่อน ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนลงมือทำธุรกิจอะไร

อย่ าทำอะไรตามกระแส ( จากสถิติธรกิจร้านกาแฟที่คนนิยมเปิดในปัจจุบัน 9 ใน 10 ร้านเจ๊ง ตั้งแต่ปีแรก )

2. ดูแลสุขภาพแบบจริงๆจังใจเราเนี่ยมันจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนกว่าอายุจริง 10-15 ปี ในขณะที่สุภาพของเราอะ

ไปเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก แล้วมันก็สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของมันได้ยากมาก

ไม่ใช่เพราะเรามองไม่เห็นนะ แต่เราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นต่างหาก บางคนกว่าจะรู้ตัวก็กลับมาแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

3.อย่ าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ได้ใส่ใจคุณให้เราหัดที่จะปฏิเสธ และพูดคำว่า ไม่ ออกไปบ้าง

ถ้าต้องไปร่วมกิจกรรมหรือพบปะกับคนที่สุดท้ายแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

หลังจากดูแลสุขภาพทางการเงิน สุภาพของตัวเองแล้ว ก็ต้องมาดูแลสุภาพอารมณ์หรือจิตใจของตัวเองด้วย

– ตอนอายุ 20 โลกของเราคือการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เรายึดติดกับการได้รู้จักผู้คนมากมาย

– ตอนอายุ 30 โลกจะบอกกับเราว่า ความสัมพันธ์ที่ดีเนี่ยมันหายากนะ ฉะนั้น

ถ้าเจอแล้วมันไม่ดี ก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับใครสักคนที่ไม่ได้นำพาให้ชีวิตเราดีขึ้น

– ตอนอายุ 40 คุณจะเริ่มบรรลุแล้วว่า แท้จริงแล้ว มีเพียงครอบครัว คนที่รัก และ เพื่อน

สนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่พร้อมจะอยู๋เคียงข้างเราจริงๆ นอกนั้นเข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์

” อย่าทนคนที่ปฏิบัติต่อคุณไม่ดี อย่าทนพวกเขาด้วยเหตุผลทางการเงิน

อย่ าทนพวกเขาด้วยเหตุผลทางอารมณ์ อย่าทนกับพวกเขาเพราะเห็นแก่ความสะดวกเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร “

4. ดีกับคนที่เขาดีกับเราให้มากหลังจากที่เลือกคนที่ดีให้อยู่ในชีวิตแล้ว เราก็ควรที่จะรักษาเค้าไว้ให้ดีด้วย

ไม่ใช่ว่าเห็นใครดีด้วยแล้วได้ใจไปเอาเปรียบเขา ใครดีก็ต้องดีตอบ เพื่อรักษาคนดีๆเหล่านั้นไว้ในชีวิตให้นานที่สุด

5. คุณทำทุกอย่ างไม่ได้หรอกโฟกัสแค่สิ่งที่คุณทำได้ แล้วทำมันให้ดีก็พอ ทุกอย่ างในชีวิตคือการแลกเปลี่ยน

คุณได้บางอย่ าง เพื่อเสียบางอย่างไป คุณไม่มีทางได้มันไปทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่คุณต้องยอมรับ

6. ไม่ต้องกลัวความเสี่ยงมากก็ได้ช่วงอายุนี้มันยังเปลี่ยนแปลงได้อยู่ จริงๆ แล้วช่วงอายุ 30-40 เนี่ย

เราควรจะมีอาชีพที่ปักหลักแน่นอนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้สายเกินไปที่จะเปลี่ยน

เพราะสิ่งที่น่าเสียใจกว่านั้นก็คือ เราใช้เวลาต่อจากนี้อีก 10 ปี อยู่กับสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ จากวันเป็นเดือน เป็นปี

ลืมตามาอีกทีก็อายุ 50 แล้วมาพบกับ ” วิกฤติวัยกลางคน “ เพราะมันคือปัญหาที่เราไม่ได้แก้ไขมันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

7. จงพัฒนาตัวเองอย่ างต่อเนื่องบางคนเลิกเรียนรู้สิ่งต่างๆ เมื่ออายุได้ 20 บางคนพอเข้าอายุ 30 ก็ยุ่งเกินไปที่จะพัฒนาตัวเอง

แต่ถ้าคุณคือส่วนน้อยที่พัฒนาตัวเอง และเรียนรู้อย่ างสม่ำเสมอ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ช่วงอายุ 40 จะเป็นช่วงเวลาใหม่ที่คุณจะมีความสุขกับมัน

วอเรน บัฟเฟต เคยบอกไว้ว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่ คือการเรียนศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเค้าเอง

เพราะเงินมาแล้วก็ไป ความสัมพันธ์บ้างมาแล้วก็ไป แต่ความรู้มันจะอยู่กับคุณตลอดไป

8. หยุดพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางที่คนอื่นบอกคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริงๆคือ

คนที่ทำงานหรืออาชีพอะไรก็ได้ แล้วทำงานได้อย่ างมีประสิทธิภาพ และ

ตรงตามความสามารถ ถึงเวลากินก็ได้กิน ถึงเวลานอนก็ได้นอน มีเวลาว่างไปเที่ยวบ้าง มีเวลาออกกำลังกาย

มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาอยู่กับเพื่อนๆ และ ตัวเอง คนที่สมดุลในทุกๆเรื่อง ในแบบฉบับของตัวเอง และ ใช้ชีวิตอย่ างมีความสุข นั้นแหละ คือคนที่ประสบความสำเร็จอย่ างแท้จริง

9. รักตัวเอง เคารพตัวเองให้มากๆทำอะไรเพื่อตัวเองในทุกๆ วัน ทำอะไรที่แตกต่างไปบ้างสักเดือนละครั้ง

ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่บ้างปีละครั้งก็ดี ลองถามตัวเองดูว่า อีก 5 ปี 10 ปี เรื่องที่เจอ ที่รู้สึกอยู่ตอนนี้

มันจะสำคัญเมื่อถึงเวลานั้นมั้ย ถ้าไม่ ใช้เวลามันแค่ไม่กี่นาที แล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ

ที่มา : Mark Manson , บันทึกนึกขึ้นได้

Back To Top