8 วิธีปล่อยคนที่ไม่รักเรา ได้เดินจากไป

thumbnail


“ความรัก” ที่ดีต้องเกิดขึ้นจากคนสองคนที่คอยดูแล เอาใจใส่ ทะนุถนอมความรักซึ่งกันและกัน

แต่เมื่อถึงวันหนึ่งความรักที่เคยหวานชื่นกลับกลายเป็นขมขื่น คนสองคนที่เคยมอบความรักให้กัน

แต่มีอีกคนที่แปรเปลี่ยน ปล่อยให้อีกคนต้องเดียวดาย และต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่

ในการประคองความรักนี้ไว้เพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่อีกคนกลับไม่สนใจ แถมยังปฏิเสธความรักที่มอบให้ไปอีกด้วย

เชื่อเถอะว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้ว “ความรัก” จะถูกปิดตัวลง ซึ่งคุณต้องไม่ปล่อยให้ความความสัมพันธ์แย่ๆ

แบบนั้นมากัดกร่อนหัวใจตัวเอง ถึงเวลาคงต้องปล่อยมือคนที่เคยเดินร่วมทางกันมาไปซะ

แม้ว่ามันอาจจะทำใจได้ลำบาก แต่เชื่อเถอะว่ามันดีกว่าการไปรั้งเค้าเอาไว้แน่ๆ

ในเมื่อคนหมดใจทำยังไงก็ไม่มีทางเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ เอาเวลาที่เหลือมาหาวิธีให้ลืมเขา

แล้วลองหันกลับมารักตัวเองให้มากขึ้นจะดีกว่าค่ะ

1.ให้เวลากับความเศร้าจนพอแล้วหยุด

เรารู้ดีค่ะว่าเวลาที่ต้องเลิกรากับคนที่รักเนี่ยมันทำใจได้ยาก และยิ่งคุณพยายามจะบังคับตัวเองไม่ให้นึกถึงอีกฝ่ายมากเท่าไร

คุณก็จะยิ่งคิดถึงเขามากขึ้นไปอีกเท่านั้น เอาแบบนี้ค่ะเมื่อคุณรู้สึกเศร้า เสียใจก็ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

อย่าไปเก็บไว้ อยากร้องไห้ก็ร้องซะให้พอ ร้องจนรู้สึกว่ามันมากพอแล้ว เศร้ามาพอแล้ว

แล้วจงหยุด ไม่แปลกหลอกค่ะว่าช่วงแรกคุณอาจจะรู้สึกสับสน โกรธ รัก แค้น น้อยใจ พยาบาท และเศร้า

ในเวลาเดียวกัน เมื่อรู้สึกแบบนั้นก็ระบายออกมาด้วยการร้องไห้มันจะดีขึ้นแน่นอน จากนั้นรีบเช็ดน้ำตา เดินหน้าหาสิ่งดีๆ

เพื่อตัวเองต่อดีกว่าค่ะ ผู้หญิงร้องไห้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายนะคะ แต่ถ้าร้องนานไป ตาบวมไม่สวย ไม่รู้ด้วยนะเออ รีบเช็ดน้ำตา แล้วเดินหน้าค่ะ!

2.คิดถึงตัวเองตอนที่มีความสุข

เวลาทุกข์ใจ หรือกำลังเศร้าให้คุณลองนึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดดูนะคะ

อย่างเช่นช่วงเวลาที่เรายังเป็นเด็ก ได้วิ่งเล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ หรือตอนที่เรียนอยู่มัธยมแล้วได้เฮฮา

ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ กับเพื่อนๆ ลองเอาเวลามานั่งนึกถึงสิ่งดีๆ เหล่านั้นจะดีกว่าไปนั่งนึกถึงคนที่ทำให้เราทุกข์และเศร้าใจ

เรียกเอาช่วงเวลาแห่งความสุขในช่วงนั้นกลับคืนมา คนเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกให้ตัวเองมีความทุกข์เสมอไปนะคะ

อะไรที่คิดแล้วสุขก็ให้คิดเลย วางเค้าวางความเศร้าลงซะแล้วเดินออกมา

ความรักที่ดีต้องไม่ทำให้จิตใจเราทุกข์ทรมานค่ะ จำไว้! แน่นอนว่ามันอาจเป็นเรื่องปกติที่รักแล้วก็ย่อมต้องมีทุกข์บ้าง

แต่ขอให้ทุกข์แบบพอดี อย่ าถึงขั้นจะเป็นจะตาย เพราะความรักเลย ถ้าความรักครั้งใดที่ทำให้เราเป็นแบบนั้น แปลว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะค่ะ

3.ตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง

ความเจ็บปวดจากการปล่อยมือคนที่หมดรักเราแล้วให้เดินจากไปบางทีอาจกลายเป็นพลังผลักดันให้คุณได้ก้าวไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้นก็ได้

เอาแบบนี้ค่ะลองตั้งเป้าหมายเอาไว้สักหนึ่งอย่ างก่อนว่าอย ากทำอะไร

เช่น อย ากได้รถคันใหม่ อย ากเลื่อนตำแหน่งงาน อย ากเรียนภาษาเพิ่มเติม

หรืออย ากไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวในช่วงปลายปี

เชื่อมั้ยคะว่าช่วงเวลาที่คุณกำลังโสดนี่แหละเป็นช่วงที่จะพัฒนาตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายได้เร็วมากขึ้น

มีเวลาทำตามความฝันได้มากขึ้น เอาเป็นว่าถือว่าเป็นโอกาสดีไปซะอีกนะคะ อ่ะ เริ่ม!

4.ลองหันมาให้เวลากับตัวเองดูบ้าง

ช่วงเวลาที่กำลังสับสนและวุ่นวายในหัวใจจากการจากไปของใครคนหนึ่ง

ให้คิดแบบนี้ค่ะว่าในเมื่อเค้าคนนั้นไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับกับเราแล้ว

เราจะทำอะไรได้มากไปกว่าการ “ปล่อย” ลองนั่งทบทวนกับตัวเองดูนะคะว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของการจบลงแบบนี้

อะไรที่ทำให้คนสองคนไปต่อกันไม่ได้ และเมื่อเราคิดแล้วว่าเราเป็นฝ่ายที่ทุ่มเทความรักไปให้เค้าเยอะมาก

แต่ไม่ค่อยได้รับความรักกลับมา จงเข้าใจเถอะค่ะว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากคุณ และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

จากนั้นก็เดินหน้าทำให้หัวใจกับความคิดของคุณเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ซึ่งหากสถานการณ์เป็นแบบที่ว่าคือคุณเป็นฝ่ายมอบรักให้ฝ่ายเดียว ไม่ตอนนี้ก็ต้องมีสักวันที่ต้องเลิกราค่ะ อย่ ามัวเสียเวลารั้งกันไว้เลย!

5.ทำกิจวัตรที่เคยให้เป็นกิจวัตรใหม่ๆ

เชื่อมั้ยคะว่าการปรับกิจวัตรที่เคยทำจะช่วยแก้ปัญหาการตอบสนองทางอารมณ์ที่ทำให้คุณทุกข์ใจลงได้

รวมถึงการลองลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิตดูใหม่ เช่น การสลับเอาพ่อแม่ พี่น้อง

คนในครอบครัว หรือเพื่อน ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในกิจวัตรใหม่ๆ และในที่สุดคนที่เดินจากคุณไปเค้าจะถูกลดลำดับลงไปเองโดยอัตโนมัติ

พูดง่ายๆ ก็คือพฤติก ร ร มและกิจวัตรใหม่ๆ ที่คุณสร้างมันขึ้นมาจะทำให้ค่อยๆ ลืมคนๆ นั้นได้เอง

และคุณต้องเชื่อมั่นด้วยว่าวันพรุ่งนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน เพราะนั่นจะเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะขับเคลื่อนให้คุณมีแรงใจปรับกิจวัตรไปเรื่อยๆ นั่นเอง

6.เลิกเศร้าแล้วเริ่มเข้าสังคม

การอยู่คนเดียวจะทำให้ความคิดของคุณวนเวียนอยู่กับเรื่องของอีกฝ่ายมากขึ้น ลองลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยๆ

แล้วออกไปพบปะเพื่อน ๆ หรือใช้เวลาอยู่กับคนใกล้ชิด เช่น คนในครอบครัวให้มากขึ้น

เพราะเมื่ออยู่กับคนอื่นๆ บทสนทนากับกิจก ร ร มของคนรอบข้างจะเป็นตัวที่พาคุณออกจากห้วงความคิดเหล่านั้นได้เอง

หรือใครอย ากลองเปลี่ยนมาเป็นการออกกำลังกายก็ดีนะคะ

เพราะหากร่างกายได้หลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมาตอนออกกำลังจะทำให้จิตใจที่หนักอึ้งและอาการย้ำคิดย้ำทำทุเลาเบาบางลงจนค่อยๆ

หายไปเอง แถมผลพลอยได้ก็คือหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอีกด้วย คุณจะรู้สึกได้ชัดว่าช่วงนี้ได้กลับมารู้สึกดีๆ กับตัวเองอีกครั้งและรักตัวเองมากขึ้น

7.ค่อยๆ เปิดใจ คุยกับใครสักคนที่รู้สึก OK

เข้าใจค่ะว่าการตัดใจ และลบอีกฝ่ายได้อย่ างสนิทใจนั้นต้องใช้ระยะเวลา ไม่ใช่วันหรือสองวันจะทำได้

แต่หากคุณลองเปิดใจและได้พูดคุยกับใครสักคนที่รู้สึกว่าคุยแล้วสบายใจ ก็ไม่ผิดหลอกค่ะที่จะเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง

แต่ขอเตือนว่าต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปนะคะ อย่ ากดดันตัวเองมากนัก หรือคิดว่าจะต้องรีบหาใครสักคนมาแทนที่คนเดิม

รอไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะเจอคนที่รู้สึกว่าน่าจะใช่จริงๆ อย่ าคบหรือคุยกับใครเพียงเพื่อคลายเหงา

หรือหาใครสักคนมาเพื่อแทนใคร แบบนั้นไม่โอเคเลยค่ะ ระหว่างที่รอคนดีๆ เข้ามา

ก็หากิจก ร ร มอะไรที่ชอบทำไปเรื่อยๆ หรือออกไปเจอเพื่อนๆ ไปสังสรรค์กับคนสนิทๆ ก่อนก็ได้ ไม่แน่คนที่ใช่อาจจะรออคุณยู่แถวๆ นั้นก็ได้น๊า

8.ตั้งจิตอธิษฐานและขออโหสิกรรม

เอาล่ะค่ะ มาถึงข้อสุดท้ายที่อย ากให้ทุกคนลองทำกันดู เรามาตบท้ายด้วยการเอาหลักพระพุทธศาสนามาใช้กันดีกว่า

เริ่มต้นเลยคือเราต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่าการที่คนๆ หนึ่งได้เดินเข้ามาเข้ามาทำให้ชีวิตเราแย่

ทำให้เราต้องทุกข์ใจ ต้องโศกเศร้านั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทั้งเราและคนๆ นั้นมีเวรกรรมผูกพันกันมา

ดังนั้น จงอย่ าไปถือโทษโกรธเค้าเลยที่ทำให้เราเสียใจเลย อโหสิกรรมกันไปจะดีกว่า

คิดเสียว่าคนเราถ้าไม่ใช่คู่กันจริงๆ โชคชะตาจะต้องพัดพาคนผู้นั้้นออกไปจากชีวิตเรานั่นเอง คิดแบบนี้ได้รับรองสบายใจค่ะ

เอาล่ะค่ะก็ขอฝากข้อคิดเกี่ยวกับการ “ปล่อย” คนที่ไม่ได้รักเราแล้วให้เค้าได้เดินจากไป ไว้เท่านี้

และพอพูดถึงเรื่องนี้เสร็จ เพลง “เจ็บแต่จบ” ก็ดังเข้ามาในหูพอดีเลย ช่างเหมาะเจาะ

ได้ยินเนื้อหาของเพลงท่อนที่ร้องว่า “ถ้ามันจะเจ็บแล้วมันจะจบ…ต้องเจ็บเท่าไรก็ยอม…แต่ถ้าค่อยๆ เจ็บแล้วค่อยๆ ทรมาน…ต่อไปอีกนานแสนนาน ฉันไม่ยอม” เนื้อหาช่างเข้ากันกับเรื่องที่บอกไปซะจริงๆ

เอาล่ะค่ะทุกคน ทุกสิ่งที่บอกไปแต่ละข้อนี้มันเป็นสิ่งที่ต้องทำนะคะ และต้องทำอย่ างจริงจังด้วย

ความตั้งใจเท่านั้นที่จะทำให้คุณลืมความทุกข์ และความเศร้าจากคนรักที่ปล่อยมือกันไปได้

อยากหลุดพ้นจากความรักที่คอยทำร้ า ยเราก็ต้องทำสิ่งที่จะทำให้ทันหายไปค่ะ

อย่ามัวมานั่งอ่อนแออยู่เลย มันเสียเวลา ถ้าเรายังจมกับความอ่อนแอ พรุ่งนี้หรือวันไหนก็ตัดใจและทำใจไม่ได้สักทีแน่ๆ

ลองดูนะคะ อาจต้องใช้เวลา แต่เชื่อค่ะว่า ทำได้

ที่มา : goodlifeupdate

Back To Top