7 วิธีคิดบวกให้ชีวิตมีแต่เรื่องดี ใช้ได้แม้ในวันที่ย่ำแย่

thumbnail


1.จำไว้เสมอว่า “เวลาคือของขวัญล้ำค่า” บางวันบางเวลาดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่

แต่ชีวิตคนเรานั้นประกอบด้วยช่วงเวลาสั้น ๆ มากมาย และแต่ละช่วงเวลาให้โอกาสเราในการเลือก

ที่จะมองในมุมที่ดีหรือมุมที่เลวร้าย การยึดติดกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต

ถือเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นและผ่านไปแล้วนั้น เราไม่สามารถจะตามไปแก้ไขอะไรได้

พึงระลึกเสมอว่าช่วงเวลาที่เหลืออยู่เป็นของขวัญอันล้ำค่าที่เปิดโอกาสสำหรับสิ่งดี ๆ

ที่จะเข้ามาในชีวิตของคุณได้อีก ความผิดพลาดในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าคุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้

บางเรื่องราวหรือบางคนอาจทำให้เราโกรธหรือเครียดมากเมื่อวันก่อน ครั้นมาวันนี้เราอาจลืมเรื่องราวหรือคน ๆ นั้นไปแล้ว

ก็ได้ อย่ าปล่อยให้เหตุการณ์เพียงเรื่องเดียวมาควบคุมชีวิตของคุณ

จงเรียนรู้ที่จะมองข้ามช่วงเวลาที่ผิดหวังหรือทุกข์ใจ ให้เห็นโอกาสอีกมากมายที่รออยู่ข้างหน้า

2.ดึงตัวเองให้หลุดออกจากความทุกข์ ในวันแย่ ๆ หากอยู่ในห้องทึบทึมที่อบอวลไปด้วยความคิดแง่ลบ

ด้วยบรรย ากาศที่ขุ่นมัวแบบนี้ จะทำให้ความคิดของเราหยุดนิ่ง และจมดิ่งลงสู่​​ทัศนคติเชิงลบทั้งหลาย

ซึ่งมีแต่จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก ดังนั้น หากพบว่าตัวเองชักจะจมปลักอยู่กับความท้อแท้ผิดหวัง

อย่าปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความทุกข์ ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะมืดมนเพียงใด

คุณก็สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ เช่น รับประทานไอศครีมอร่อย ๆ สักถ้วย

อ่านข้อความที่ให้กำลังใจ โทรศัพท์ไปหาเพื่อนหรือคนที่คุณรัก ออกไปเดินเล่น ปลูกต้นไม้สักต้น ฯลฯ

ไม่สำคัญว่าสิ่งดี ๆ นั้นจะเป็นอะไร ขอเพียงแต่ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น และจะช่วยดึงให้หลุดออกจากบรรยากาศ

ที่ทำให้เกิดความคิดแง่ลบ เมื่อถอยออกมาจากเหตุการณ์นั้นสักระยะหนึ่ง

แล้วมองย้อนกลับเข้าไปใหม่ อาจช่วยให้คุณมองเห็นทางออกของปัญหาเหล่านั้นก็ได้

3.ตั้งเป้าหมายในสิ่งที่ทำได้ไม่ย าก ลองมองหาสิ่งที่ง่าย ๆ ที่อยู่ในความสามารถที่จะทำได้

เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น เช่น หากเผชิญกับปัญหาทางการเงิน ก็อาจจะใช้เวลาพิจารณางบประมาณ

และดูว่าจะสามารถจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนใดได้บ้าง หากมีปัญหาในการทำงาน

ลองมองดูศักยภาพที่มีอยู่ในตนเอง แล้วเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็ก ๆ ที่สามารถทำได้ไม่ยาก

หยิบมาทำก่อน เพื่อช่วยให้เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า มีทางเป็นไปได้มากขึ้น

4.เปลี่ยนมุมมองเป็นแง่บวก เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มหมกมุ่นอยู่กับความคิดเชิงลบ ให้รีบถอนตัวออกมาทันที

และเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ โดยมองปัญหาในอีกด้าน มองเรื่องแย่ ๆ ให้เป็นแง่บวก

การมีรอยยิ้มและอารมณ์ขัน จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้มาก จงยิ้มและหัวเราะให้กับเรื่องเครียด ๆ

ที่เจอ โดยมองว่า “ชีวิต คือ การเรียนรู้ ทุกประสบการณ์ล้วนเป็นครูสอนเราให้แข็งแกร่งขึ้น”

ดังนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม

การจะเปลี่ยนมุมมองให้คิดบวกจนติดเป็นนิสัยนั้น ต้องอาศัยความกล้าและความอดทนฝึกไปเรื่อย ๆ

จนกลายเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีทัศนคติเชิงบวก แล้วเราจะพบเห็นโอกาสต่าง ๆ อีกมากมาย

ให้เลือกก้าวเดินไปข้างหน้า และควบคุมชีวิตตัวเองไปในทางบวกได้ตามที่คิด

5.ขอบคุณสิ่งดี ๆ ในชีวิต เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า จงเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยการคิดถึงสิ่งดี ๆ

อย่างน้อย 5 สิ่ง ที่คุณรู้สึกขอบคุณ และทำเช่นนี้อีกครั้งในเวลากลางคืนก่อนนอน

โดยคิดถึงอีก 5 สิ่ง ที่คุณรู้สึกชื่นชมและขอบคุณ ซึ่งอาจเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ

ที่คุณทำได้ในแต่ละวันก็ได้ แล้วคุณจะพบว่าเรื่องดี ๆ มีมากกว่าเรื่องแย่ ๆ ตั้งมากมาย

และเมื่อใรก็ตาม ที่คุณรู้สึกท้อแท้ ให้คว้ากระดาษหรือไดอารี่ขึ้นมาแล้วเขียนสิ่งดี ๆ เหล่านี้ลงไป

ความรู้สึกดี ๆ จะถูกซึมซับผ่านเข้าสู่จิตใจและทำให้คุณมีรอยยิ้มและกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ด้วยการจดจำสิ่งดี ๆ และความสำเร็จทั้งหลายในชีวิต จะช่วยให้เปลี่ยนความคิดจากเชิงลบเป็นเชิงบวกได้ดียิ่งขึ้น

6.หยุดคิดในแง่ลบ ข้อนี้อาจดูเหมือนพูดง่ายแต่ทำยาก อย่างไรก็ตาม

เป็นความจริงที่ว่าการหยุดความคิดเชิงลบสามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้ทำนองเดียวกับรถยนต์

หากขับเคลื่อนไปโดยไม่มีห้ามล้อ อาจจะถลำจนเสียหายและตกเหวได้ การหยุดความคิดในแง่ลบ

อาจทำได้หลายวิธี เช่น ถามตัวเองว่า “เหตุการณ์นี้จะมีความสำคัญกับตัวเราไปตลอดทั้งปีเลยหรือไม่?”

ถ้า “ไม่” ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวลหรืออารมณ์เสียมากมายไปกับสิ่งนั้น แต่ถ้าคำตอบ คือ “ใช่”

ลองพิจารณาดูว่ามีขั้นตอนใดบ้างที่จะสามารถทำได้ในขณะนี้ เพื่อปรับปรุงสถานการณ์ให้ดีขึ้น

7.ลงมือทำตามคำแนะนำของตัวเอง ลองสมมติว่าหากมีเพื่อนสนิทมาหาคุณ

เพื่อขอคำแนะนำในปัญหาหรือสถานการณ์ที่คุณกำลังเผชิญอยู่ คุณจะให้คำแนะนำแก่เขาอย่างไร

โดยทั่วไปเรามักจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่า “สิ่งที่จะต้องทำเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นนั้นคืออะไร”

เพียงแต่ต้องเริ่มที่จะลงมือทำสิ่งนั้น แทนที่จะเฝ้ารอบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างให้มาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์

ของตัวเราเอง หากวันนี้คุณเหนื่อยล้าท้อแท้ใจกับวันแย่ ๆ ลองใช้ 7 วิธีที่กล่าวมานี้

คืนความสุขและรอยยิ้มกลับมาสู่ตัวคุณเอง เปลี่ยนวันสีเทาให้เป็นวันที่สดชื่น

แล้วคุณจะพบว่าการมองโลกในแง่บวกจะช่วยให้อะไรๆ ง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว

ที่มา : stou.ac

Back To Top