7 รูปแบบของความรักที่ควรถอยให้ห่าง ถ้าไม่อยากเสียใจภายหลัง

thumbnail


คนทุกคนเวลามีความรักมักจะพย าย ามทำให้ความรักแฮปปี้ มีความสุขที่สุด

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไรเลย ใคร ๆ ก็อย ากมีรักดี ๆ ที่ไม่ทำให้ทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น

แต่ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ได้ทั้งหมด ความรักก็เช่นกัน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ความรักไม่เป็นอย่ างที่คิด

คนส่วนใหญ่จะพย าย ามต่อไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องพย าย ามไปจนถึงเมื่อไหร่

สุดท้าย..แม้จะรักไป เ จ็ บ ไป คนเหล่านั้นก็ยังอดทนเพื่อประคับประคองความรักให้ยังอยู่

คนเราไม่ควรต้องจมอยู่กับความทุกข์ ความเสียใจแบบถอนตัวไม่ขึ้น อย่ ารั้งตัวเองไว้ในวังวนความรักแบบผิด ๆ

โดยเข้าใจไปเองว่านี่คือความรักที่เราต้องพย าย ามทำมันให้ดี จำให้ขึ้นใจเลยว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่

เจอรักไม่เป็นไปอย่ างที่คิด โดยเฉพาะความรักทั้ง 7 แบบนี้ รีบหนีไปให้ไกล เพราะไม่ว่าใคร..ก็ไม่ควรต้องเจอ

1. รักไปก็มีแต่ทำให้ชีวิตแ ย่ ลง

รักที่มีแต่ทำให้ชีวิตแ ย่ ลงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบความรักที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรต้องเจอ คนเราจะมีความรักทั้งที

หาดี ๆ ไม่ได้ ก็อย่ ามีมันเลย ถ้ามีความรัก มีคนเข้ามาในชีวิต แต่คน ๆ นั้นคอยฉุด คอยดึง

คอยรั้งให้ชีวิตเรามีแต่แ ย่ ลง หรืออย่ างน้อยก็เหมือนเดิมแบบไม่มีอะไรดีขึ้น ก็ควรต้องคิดแล้วว่าเราจะรักไปทั้งแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม

คนเราเมื่อมีใครสักคนเดินเข้ามาในชีวิต อย่ างน้อยก็ควรทำให้ชีวิตดีขึ้นไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่ง

เรื่องเงิน เรื่องฐานะ อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไปก็จริง แต่ต้องมีสักอย่ างที่คน ๆ

นั้นทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เช่น หน้าที่การงาน ชีวิตความเป็นอยู่ งานอดิเรก ครอบครัว ไลฟ์สไตล์ หรืออะไรก็ตาม

บอกตามตรงว่าเดี๋ยวนี้ความรักอย่ างเดียวมันไม่เคยพออีกแล้ว และเรื่องจริงก็คือสมัยนี้ไม่มีใครยอมไปกัดก้อนเกลือกินอีกต่อไป

ถึงแม้คนที่เข้ามาในชีวิตไม่จำเป็นต้องรวย มีบ้ า นหลังโต แต่ก็ต้องมีความพร้อมใน

ชีวิตระดับหนึ่งที่จะส่งเสริมกันในเรื่องอะไรสักอย่ าง เรียกว่าเป็นคนที่มีมาตรวัดเดียวกัน มีศีลเสมอกันนั่นแหละ

ที่สำคัญอย่ าลืมว่าคนที่มีอะไรคล้าย ๆ กันก็จะดึงดูดเข้าหากัน ถ้าเราไม่เริ่มเป็นคนดี ทำตัวดี มีชีวิตดี ๆ เสียก่อน

คนที่จะเข้ามาหาเราก็ย่อมเป็นคนที่ใกล้เคียงกับเรานั่นแหละ เพราะฉะนั้นทำตัวเองให้ดี เพื่อเปิดโอกาสให้คนดี ๆ เข้ามาในชีวิต

2. รักที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง

เรื่องน่าเศร้าที่สุดของคนมีความรักก็คือ พอรักใครแล้ว เรามักจะชอบเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนเพื่อให้เค้ารัก เปลี่ยนเพื่อให้เค้าไม่

ไปจากเรา บางคนเปลี่ยนซะจนลืมไปเลยว่าจริง ๆ เราเป็นคนยังไงกันแน่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร

บนโลกนี้มีหลายคนยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อความรัก ยอมแม้กระทั่งไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองเลย เพื่อให้ความรักได้เดินหน้าต่อ แต่ลืม

ไปหรือเปล่าว่าความรักแบบนี้มีแต่จะทำให้เราอ่อนแอขึ้น อยู่ด้วยตัวเองได้ย ากขึ้น เพราะไม่มีพื้นที่ตรงไหนเลยที่เป็นของเรา

ทุกอย่ างขึ้นอยู่กับอีกคน ถูกกำหนดโดยอีกคน สุดท้ายเราก็จะสูญเสียความเป็นตัวเอง ไม่มีเค้า เราก็อยู่ไม่ได้

ความรักไม่ใช่การเปลี่ยนแต่คือการปรับและยอมรับซึ่งกันและกัน

เมื่อไหร่ก็ตามที่คนใดคนหนึ่งเริ่มเปลี่ยนตัวเอง เมื่อนั้นมันไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความพย าย ามที่อาจจะหมดลงวันใดวันหนึ่งก็ได้

3. รักไป..ช้ำไป

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แค่ 2 คนเท่านั้นเลยจริง ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่ความรักไม่ใช่เรื่องของคนสอง

แต่เป็น 3, 4 หรือมากกว่า เมื่อนั้นมันไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความโลภของคน ๆ หนึ่งที่ไม่ควรแม้แต่จะถูกรัก

พอรักดำเนินมาแบบนี้ ไม่แปลกที่รักจะกลายเป็นความอดทน แต่คนเราจำเป็นต้องทนกับความรักแบบนี้จริง ๆ หรือเปล่า

บางคนบอกว่าไม่เจอกับตัวเองไม่มีวันรู้..ว่าการจะเดินออกไปจากชีวิตใครสักคน มันต้องใช้มากกว่าความกล้า เหตุผลหลายอย่ าง

ทำให้คนเราต้องทนแม้จะรักไป ช้ำไปก็ตาม แต่ลองถามตัวเอง ถามคนรอบข้างดูให้ดีสิว่า..เราจะทนกับการไม่มีความสุขแบบนี้ไปอีก

นานแค่ไหน เพราะความอดทนมีที่สิ้นสุดเสมอ อะไรที่พ่วงท้ายมา

ด้วยความอดทนมันจะหมดลงและแตกหักแบบไม่เหลือชิ้นดีในที่สุด

ถึงแม้การเดินออกไปจากชีวิตใครสักคนต้องใช้เวลา แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเป็นเสียเวลาที่ไม่มีความสุขนั้นไป

4. รักที่ต้องเ จ็ บ (ตัว)

ไม่มีใครควรต้องเ จ็ บ เพราะความรัก ไม่ว่าจะเ จ็ บ ใจหรือเ จ็ บ ตัวก็ตาม เพราะคนรักกันจะต้องไม่ทำร้ า ย กันทั้งร่ า ง ก า ย และจิตใจ

ที่แปลกก็คือ มีคนจำนวนมากยอมเ จ็ บ ตัว โดยให้เหตุผลว่านอกจากเรื่องทำร้ า ย ร่ า ง ก า ย แล้ว เรื่องอื่นก็ดีหมด ซึ่งคนส่วนใหญ่ยอมเ จ็ บ

ตัวเพื่อให้ความรักและครอบครัวได้เดินหน้าต่อ แม้จะเป็นวิธีการที่ค่อนข้างแปลกแต่หญิงไทยจำนวนมากก็เป็นแบบนั้น

ก่อนหน้านี้มีการศึกษาอย่ างจริงจังของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่าผู้ชายไทยมีแนวโน้มที่ใช้ความรุน แ ร ง ทำร้ า ย ร่ า ง ก า ย ถึง

44.8% และในจำนวนนี้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ดังนั้นถ้าเค้าเคยทำร้ า ย ร่ า ง ก า ย ยังไง

ก็จะทำอยู่อย่ างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง แสดงให้เห็นว่าไม่ว่ารักมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนพฤติกรรมของอีกคนได้เช่นกัน

ข้อแนะนำของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลบอกว่า ก่อนจะรักควรศึกษาทัศนคติของผู้ชายในเรื่องการใช้ความรุน แ ร ง และสังเกต

พฤติกรรมทางอารมณ์ก่อนแต่งงาน หากมีอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมตัวเองไม่ได้ ฝ่ายหญิงควรต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

แต่ถ้าแต่งงานไปแล้วและประสบปัญหา ก็ไม่ควรรู้สึกอับอายที่จะต้องหย่ าร้างหรือมีคู่ใหม่ และไม่ควรต้องอดทน

เพราะหลายกรณีความอดทนเป็นแรงผลักให้ผู้หญิงต้องป้องกันตัวเอง จนนำไปสู่การฆ่ า สามี หรือถูกสามีฆ่ า มาแล้ว

สรุปได้ว่าเมื่อรักแล้วต้องเ จ็ บ ทั้งตัวและใจ ก็ควรต้องตัดใจและเดินออก

มาจากชีวิตของอีกคนซะ เพราะรักไม่ใช่การทน แต่รักคือการทั้งทุกข์และสุขร่วมกัน

5. รัก..ที่เกินรัก

ความรักเป็นเรื่องดี ๆ ที่สวยงาม แต่รักที่เกินรักจะยังคงเป็นความสวยงามอยู่ไหม ?

ในทางพระพุทธศาสนาเรามักได้ยินได้ว่า ‘มีรักก็มีทุกข์’ ยิ่งมีรักมากก็ยิ่งทุกข์มาก

แต่ไม่ใช่เพราะรักจึงทุกข์ คนเราทุกข์เพราะไปยึดติดกับความรักต่างหาก

โดยทั่วไปคนทุกคนมีแนวโน้มที่จะคาดหวังกับอะไรบางอย่ างอยู่แล้ว ดังนั้นพอมีความรักก็ไม่แปลกที่จะคาดหวัง

ยึดติดกับความรักและคนรัก พอคาดหวัง พอยึดติดแล้วไม่ได้ดังที่หวังก็เลยทำให้ทุกข์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติวิสัยที่สุดบนโลกใบนี้

เพราะฉะนั้นยิ่งรักมากก็ยิ่งยึดติดมาก คาดหวังมาก อย ากให้ทุกอย่ างเป็นไปตามที่ต้องการ กลายเป็นรักเกินรักที่มักจะทำ ล า ย ทั้งคน

ที่รักและคนที่ถูกรัก ทำให้คนหนึ่งก็อึดอัด ส่วนอีกคนก็ทุกข์เพราะรักที่ยึดติดไม่ยอมปล่อย

สุดท้ายก็กลายเป็นรักมัว ๆ ที่ถึงจะรักกัน แต่ก็ไม่มีความสุขด้วยกันทั้งคู่

6. รักแท้ดูแลไม่ได้

ความรักที่ไม่เคยแสดงออก ไม่เคยใส่ใจ ยังเรียกว่า ‘รัก’ อยู่ไหม ?

เมื่อคนสองคนรักกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์หรือความรู้สึกอย่ างเดียว

แต่รวมถึงการกระทำ คำพูด และอีกหลายอย่ างที่บ่งบอกให้รู้ว่ายังรักกันอยู่

ถ้ารักใครสักคน ก็จงทำให้เค้ารับรู้ว่ารักเค้าทั้งการกระทำและคำพูด ไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้ารักแต่ไม่เคยใส่ใจ

ไม่เคยมีเวลาให้ เพราะถ้ามีความรักแล้วยังต้องอยู่คนเดียวทั้งตอนที่อ่อนแอ ตอนทุกข์และสุข เราจะมีคนรักไปทำไมจริงไหม..

7. รักที่เอาแต่ครอบครอง

ปกติพอมีความรักคนเรามักจะอย ากยึด อย ากรั้งคนที่เรารักไว้กับตัวเสมอ ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอีกคน อย ากให้เค้าเป็นในสิ่งที่เรา

อย ากให้เป็น อย ากให้เค้าทำในสิ่งที่เราอย ากให้ทำ แต่เชื่อไหมความรักแบบนี้ไม่เคยเป็นรักที่ยืนย าว

การที่คนหนึ่งทำตัวเป็นเจ้าของอีกคนคือการยึดติด เหนี่ยวรั้งให้เค้าไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง ต้องทำอย่ างที่อีกคนต้องการ ซึ่งไม่มี

ใครทนกับความรักแบบนี้ไปตลอด ยังไงก็ต้องมีสักวันที่อึดอัด หายใจไม่ออก กดดัน

และสุดท้ายการเลิกราอาจจะเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุดก็ได้

เพราะฉะนั้น ‘รักจึงไม่ใช่การครอบครอง’ แต่ความรักคือการแบ่งปันเรื่องราวทั้งในย ามทุกข์ และสุข คือการปล่อยให้อีกคนได้มีพื้นที่

หายใจและเป็นตัวของตัวเอง แต่ไม่ใช่การไม่เอาใจใส่หรือละเลยกันและกัน

คำว่า ‘ครอบครอง’ กับคำว่า ‘เอาใจใส่’ ทั้งการกระทำและความหมายไม่มีอะไรเหมือนกันสักนิด

ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสได้เจอรักที่มีแต่ความรู้สึกดี ๆ เอาใจใส่ จริงใจ เชื่อใจ

ไว้ใจซึ่งกันและกัน จะรู้เลยรักที่มีแต่การครอบครองเป็นรักที่ไม่มีใครต้องการ

ที่มา : today.line.me

Back To Top