7 นิสัยของผู้ที่มี EQ สูง คนเหล่านี้จะต่างจากคนทั่วไป


1. เหนื่อยก็พัก แล้วถามตัวเองว่า “ไหวมั้ย”

ต้องขอบอกตรงนี้ก่อนเลยว่าวิธีทั้งหมดเป็นวิธีที่เราใช้นะ อาจจะใช้ได้ผลไม่ได้ผลบ้าง ก็อย่ าว่ากันเนอะ มาดูกันที่วิธีแรกที่เราใช้ ในวันที่ท้อแท้หรือรู้สึกเสียเซลฟ์กับอะไรสักอย่ าง ร่างกายของเราอะ

มันจะรู้สึกเหนื่อยมาๆ จนไม่อย ากจะทำอะไรเลย ฉะนั้นเราจึงเลือกที่จะปล่อยวางทุกอย่ างเอาไว้ก่อนหรือพูดง่ายๆ ว่าพักผ่อน เวลาที่เราเหนื่อยกับบางสิ่ง มันต้องพักเว้ยเพื่อน คือจะมาอดทนฝ่าฟันต่อไป ทั้งๆ ที่มันไม่โอเคไม่ได้! มันจะยิ่งทำให้เราเสียเซลฟ์มากกว่าเดิม ถ้ายิ่งทำแล้วยิ่งแย่ เข้าใจใช่ป่ะ

ซึ่งทุกครั้งที่เราเหนื่อย เราก็จะพักร่างและให้เวลากับตัวเองได้คิดทบทวน หาทางแก้ไปเรื่อยๆ ก่อน การได้พัก มันก็เหมือนเราได้อยู่กับตัวเองนะทุกคน เราจะถามตัวเองเสมอว่าไหวมั้ย เหนื่อยรึเปล่า

คือจะไม่รอให้ใครมาถาม แต่จะเลือกที่จะถามตัวเองก่อน จากนั้นเมื่อได้คำตอบ ก็จะคิดวิธีแก้ต่อไป สุดท้ายผลลัพธ์ที่มันออกมาอะ มันดีมากๆ จนตอนนี้ก็รู้สึกแล้วนะว่าเรื่องบางเรื่องไม่ต้องคิดมากจนเกินไปก็ได้

2. ไม่ต้องรอให้ใครชม เราชมตัวเองได้เสมอ

คนบางคนคาดหวังที่จะได้รับคำชมจากคนรอบข้าง ซึ่งมันไม่ผิด แต่เราไม่ควรคาดหวังกับคำชมนั้นมากจนเกินไป เพราะถ้าวันนึงไม่ได้รับมัน เราจะรู้สึกหมดกำลังใจเอามากๆ เลยแหละ เมื่อก่อนเราก็เป็นนะ คาดหวังมากๆ จนสุดท้ายเฟลแบบสุดๆ ไปเลย ซึ่งก็มาค้นพบวิธีที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาชมก็ได้นี่นา จริงๆ เราชมหรือให้รางวัลตัวเองก็ได้

blank

มันไม่ได้ดูแปลกนะ แต่มันคือการให้กำลังใจตัวเอง ชมไปเถอะ ฉันสวย ฉันเก่ง ฉันมั่นใจ อะไรที่พูดแล้วมันทำให้รู้สึกดี พูดไปเลย มองกระจกก็ได้ มองหน้าตัวเองให้ชัดๆ แล้วพูดมันออกมา

วิธีนี้มันจะทำให้เรารู้สึกดีจริงๆ นะเพื่อนๆ เพราะถ้าเรามัวแต่รอให้คนนั้นมาชมคนนี้มาเทคแคร์ เราก็จะได้แค่รออยู่อย่ างนั้น แล้วแทนที่จะมีกำลังใจขึ้น ทีนี้ก็ไม่มีเลยจ้ะ ฉะนั้นสร้างมันขึ้นมาค่ะ ไม่ว่าจะกำลังใจหรือความมั่นใจ ถ้าอย ากได้ไม่ต้องรอ เพียงแค่บอกกับตัวเอง เท่านี้ก็โอเคแล้ว

3. หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

เราไม่สามารถไปห้ามปากของใคร แต่เราสามารถห้ามความคิดของตัวเองได้ เวลาที่เราเจอคนนั้นดูถูก เจอคนนี้เอาไปด่าไปเปรียบเทียบ ถามว่าเจ็บมั้ย มันเจ็บ แต่จะเจ็บมากกว่าเดิมถ้าเราไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองให้ดี

blank

แล้วมัวแต่จมอยู่กับคำด่าของคนอื่น วันนี้ถ้าเรารู้แล้วแหละว่าเออ ฉันก็มีดีนะ พลาดไปบ้างก็แก้ไข ใครจะไม่ให้โอกาสก็ไม่ต้องสนใจ เป็นเราในแบบที่เราอย ากจะเป็น ทำในสิ่งที่เราอย ากจะทำ ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร ก็ทำไปเถอะ

แล้วก็หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ เพราะการเปรียบเทียบมีแต่จะทำให้คุณรู้สึกแย่ลง ยิ่งเปรียบเทียบกับคนที่มีหลายสิ่งเหนือกว่า ก็จะยิ่งทำให้แย่หนักขึ้น ฉะนั้นเปลี่ยนความคิดซะใหม่นะ

ไม่ต้องไปเก็บคำพูดบั่นทอนจิตใจเล่านั้นมาคิดมาก สร้างกำลังใจให้ตัวเองเยอะๆ แล้วอะไรที่คิดแล้วมันทำให้เสียกำลังใจ เสียความมั่นใจ ก็อย่ าไปคิด แล้วชีวิตจะดีขึ้นค่ะ

4. อย่ าพย าย ามหาข้อติให้กับตัวเอง

อย ากมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ก็ต้องหมั่นมองหาข้อดีของตัวเองให้มากๆ แล้วก็หยุดติตัวเองหรือพย าย ามมองหาแต่ข้อเสียอย่ างเดียว คือถ้าเราเอาแต่หาข้อติให้กับตัวเอง เราจะไม่มีความสุขเลยค่ะ

นี่ก็เคยเป็นนะ ตอนที่อ้วนมากๆ ส่องกระจกแล้วรู้สึกไม่แฮปปี้ เดี๋ยวด่าตัวเองบ้างแหละ หาข้อเสียในตัวเองบ้างละ พูดเลยว่าความมั่นใจไม่มี ความสุขก็ไม่เกิด แล้วยิ่งคนทักว่าอ้วนขึ้นป่ะเนี่ย มันยิ่งเสียเซลฟ์ รู้สึกแย่มาก

ท้ายที่สุดก็มาคิดได้ว่ามัวแต่มานั่งเสียใจ มานั่งบั่นทอนจิตใจตัวเองแล้วมันจะช่วยอะไร ก็สู้สิ พย าย ามสิ หลังจากนั้นเราก็พย าย ามมองหาข้อดีของตัวเองและพย าย ามควบคุมอาหารเท่าที่จะทำได้

blank

เชื่อมั้ยว่าอะไรๆ มันก็ดีขึ้นจริงๆ ค่ะ มองข้ามคำถามที่คนอื่นๆ ชอบถาม แล้วดูแลตัวเองให้ดีๆ เชื่อเถอะว่าจิตใจดีขึ้นมาก แถมความมั่นใจกลับมา ไม่กลัวอะไรอีกแล้วแค่เราใส่ใจตัวเอง ไม่เก็บคำพูดคนอื่นมาทำร้ า ยตัวเอง เพียงเท่านี้เราก็จะมีกำลังเพิ่มมากขึ้นแล้ว

5. ทำผิดไม่เป็นไร ให้อภัยตัวเองได้

คนเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำผิดพลาดกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าทำผิด ก็อย่ าไปซ้ำเติมตัวเอง แต่ต้องรู้จักให้อภัยตัวเอง และถือเป็นบทเรียนที่ดีในการมุ่งมั่นต่อไปให้ถึงจุดหมาย ให้เปลี่ยนความคิดว่า

คนเรากว่าที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอะ มันต้องทำอะไรผิดพลาดมาบ้างสักอย่ างแหละ ถ้าเรารู้จักเรียนรู้จากข้อผิดพลาด แล้วหยิบข้อผิดพลาดนั้นอะมาแก้ไขให้มันดีขึ้น ไม่ซ้ำเติมตัวเองซ้ำไปซ้ำมา แน่นอนว่ากำลังใจที่เรามีมันจะไม่ถูกบั่นทอนไป แล้วอะไรๆ

ดีๆ ที่เค้าคาดหวังมันก็จะตามมา สู้และพย ามก้าวต่อไปให้ได้ โอเคมันย ากหน่อย อุปสรรคเยอะหน่อย แต่ถ้าเราไม่ตัดความมั่นใจและทำร้ า ยตัวเองกลางทาง จะช้าหรือเร็วยังไงเราก็จะได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ

6. ยิ้มเยอะๆ แค่นี้ก็เป็นสุขใจ

เมื่อก่อนเราจะเป็นคนที่เครียดกับเรื่องต่างๆ รอบๆ ตัวตลอดเวลา เจออะไรเข้ามาสะกิดนิดเดียว ก็เก็บเอามาบั่นทอนจิตใจตัวเองแล้ว บางทีแค่คำพูดแหย่เล่นหรือคำดูถูกนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้เราร้องไห้ได้แล้วอะ

พอมาถึงวันนี้เราก็รู้แล้วว่าบางทีการร้องไห้แม้มันจะเป็นการระบายที่ดี แต่มันไม่ได้ทำให้อะไรๆ ดีขึ้นเลย ตั้งแต่คิดได้ ก็เลยพย ามเข้มแข็งขึ้น ไม่ร้องหายหรือเก็บอะไรมาคิดให้วุ่นวาย พย าย ามยิ้มและมีความสุขให้เยอะที่สุด เรื่องอะไรที่มันเล็กๆ น้อยๆ ก็เลือกที่จะทิ้งมันไป

แล้วเชื่อมั้ยว่าวิธีนี้อะ มันทำให้เรารู้สึกสบายและผ่อนคลายจากความตึงเครียดได้เยอะเลย รู้สึกได้ว่าตัวเองมีความสุขมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ เพราะฉะนั้นเราอย ากให้เพื่อนๆ

ยิ้มและมีความสุขกับชีวิตให้มากๆ วันนี้เราอาจจะอ่อนแอ แต่สักวันเราจะเข้มแข็งอย่ าเอาแต่จมปลัก ดึงตัวเองออกมาจากความเศร้าซะ แล้วอะไรๆ มันจะโอเคขึ้น

7. เอาชนะความกลัว แล้วตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต

สุดท้ายนี้ถ้าเพื่อนอย ากมีกำลังใจขึ้น อย ากมั่นใจขึ้น เอาชนะกับความกลัวให้ได้ค่ะ มันอาจจะย าก แต่เราเชื่อว่าสักวันเพื่อนๆ จะผ่านมันไปได้ อย่ าให้ความกลัวเข้ามาทำร้ า ยชีวิตของเรา บางครั้งความกลัวก็ทำให้เสียโอกาสดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตอย่ างน่าเสียดาย ถ้าสามารถควบคุมหรือเอาชนะความกลัวให้หมดจากใจได้

blank

จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นและมีกำลังใจที่พร้อมจะสู้กับทุกสิ่งทุกอย่ าง ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้กับตัวเองดูซิ เริ่มต้นจากการทำเรื่องง่ายๆ เพราะเมื่อทำเสร็จ คุณจะได้มีกำลังใจที่จะเดินหน้าทำงานชิ้นใหญ่ต่อไป ฉะนั้นสู้ๆ นะคะ เราเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนเลย

แค่ลองเปลี่ยน attitude นิดนึง เดี๋ยวอะไรๆ มันก็ดี ในวันที่เราล้ม แม้จะไม่มีคนคอยยื่นมือเค้ามาช่วย ก็ไม่เป็นไร แค่เราให้กำลังใจตัวเอง ดึงตัวเองขึ้นมาจากหลุมให้ได้ แค่นั้นเอง ไม่ย ากเลยใช่มั้ย

คนเราเศร้าได้ ท้อได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เบื่อจะจมอยู่กับอะไรเดิมๆ หรือไม่อย ากเซ็งกับอะไรแบบนี้อีกแล้ว พูดกับตัวเองเลยว่า ฉันทำได้ ฉันเก่ง ฉันจะไม่ยอมแพ้ เพียงเท่านี้ ก็ไม่มีอะไรมาทำอะไรคุณได้แล้วค่ะ

ก็หวังว่าจะพอช่วยเยียวย าเพื่อนๆ ที่กำลังท้อแท้ได้บ้างนะ ไปก่อนละ บ๊ายบาย

ที่มา : today.line.me

Back To Top