วิธีพึ่งพาตนเอง นี่คือวิถีของคนจริง


การพึ่งพาตัวเองได้นั้นเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ที่อยากควบคุมชีวิตตัวเองได้มากขึ้น และ อยากบรรลุเป้าหมายโดยไม่ต้องการให้ใครช่วย

การพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นทำให้คุณมีอิสระที่จะทำในสิ่งที่อยากทำโดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะคิดอย่างไร และจะทำให้คุณค้นพบทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ในแบบของตัวเองอีกด้วย นอกจากนี้

จากการศึกษายังพบว่า ยิ่งเราพึ่งพาตัวเองได้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ! เป็นเพราะว่าคนเราจะสัมผัสได้ถึงความโล่งใจและความเบิกบานใจเวลาที่เราสามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้ อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าต้องทำอย่ างไร ไปทำตามขั้นตอนเหล่านี้กันเลย

ขั้นตอน 1 

1.ยอมรับตัวเอง

คุณไม่สามารถสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งและเป็นอิสระได้หากคุณไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่คุณเป็น ยอมรับร่างกายของคุณ บุคลิกของคุณ ความคิดเห็นของคุณ ทางเลือกของคุณ

blank

ความชอบของคุณ และเรื่องราวชีวิตของคุณ อย่าพูดไม่ดีกับตัวเอง ทุกคนสามารถแข็งแกร่งได้ ทุกคนต่างมีเรื่องให้ต้องอดทนและพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองกันทั้งนั้น ทิ้งความผิดพลาดต่าง ๆ

ไว้กับอดีตและเรียนรู้จากมัน พยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือ รักตัวเองการยอมรับตัวเองเป็นส่วนสำคัญของการเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ เพราะการยอมรับตัวเองจะป้องกันไม่ให้คุณพย าย ามทำตัวเหมือนคนอื่น

2.เชื่อมั่นในตัวเอง

ถ้าขนาดคุณยังไม่เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วใครล่ะจะมาเชื่อคุณ เราทุกคนแตกต่างกันและมีเรื่องให้พูดต่างกัน ไม่มีใครพูดอะไรแทนคุณได้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพูด และเหตุผลสำคัญว่าทำไมคุณถึงต้องมั่นคงในสิ่งที่คุณเป็นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วคนที่จะอยู่กับคุณตลอดไปก็คือตัวคุณเอง

และไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการเชื่อมั่นในตัวเอง การเชื่อมั่นในตัวเองจะทำให้คุณเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง แม้ว่ามันจะค้านกับความคาดหวังของคนอื่นหรือแม้แต่ความคาดหวังของสังคมโดยสิ้นเชิงก็ตาม
ถ้าคุณไม่มีศรัทธาในตัวเอง คุณจะลังเลและหันไปพึ่งคนอื่นทุกครั้งที่คุณต้องตัดสินใจ ก้าวออกมาจากจุดนั้นให้ได้

3.ยอมรับโลก

คนที่พึ่งพาตัวเองได้ไม่ใช่คนทะนงตัว และไม่ได้เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกคนโหดเหี้ยม คนที่พึ่งพาตัวเองได้คือคนที่มองเห็นทั้งด้านดีและด้านที่เลวร้ายของโลก และเลือกที่จะเข้มแข็งเพื่อตัวเองและผู้อื่น

คุณไม่ได้พึ่งพาตัวเองได้เพราะคุณไม่เชื่อใจใครเลย คุณไม่ได้พึ่งพาตัวเองได้เพราะคุณคิดว่าคุณเก่งกว่าคนอื่น ทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ : เลือกที่จะยอมรับโลกและตัดสินใจว่าจะเข้มแข็ง

blank

การยอมรับโลกและความซับซ้อนของโลกจะช่วยให้คุณเห็นว่า โลกนี้มีวิถีชีวิตมากมายนับไม่ถ้วน ไม่มีใครมาบังคับให้คุณต้องเลือกใช้ชีวิตแค่แบบใดแบบหนึ่ง

4.เป็นอิสระทางอารมณ์

เป็นไปได้ว่าคุณอาจจะพึ่งพาคนอื่นในการสร้างแรงสนับสนุนทางอารมณ์ อาจจะเป็นพ่อแม่ แฟนหนุ่มหรือแฟนสาว หรือเหล่าเพื่อนสนิทแสนดี แม้ว่าคุณจะสามารถพึ่งพาคนเหล่านี้ได้ตลอดชีวิต แต่จะดีกับตัวคุณเองมากกว่าถ้าคุณตระหนักได้ว่า ทุกคนในชีวิตที่คุณพึ่งพาอยู่นั้นวันหนึ่งเขาจะต้องจากคุณไป

บางคนอาจจะย้ายไปอยู่ที่อื่น บางคนอาจจะเลิกคุยกับคุณ และสุดท้ายทุกคนก็ต้องต า ย คนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไปก็คือตัวคุณเอง ถ้าคุณมีตัวเองเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ คุณจะไม่มีวันผิดหวังเลย
การผูกพันกับคนสำคัญในชีวิตสัก 2 – 3 คนนั้นไม่เป็นไร แต่อย่ าปล่อยให้คนพวกนี้มากำหนดระดับความสุขของคุณ คุณต้องเป็นคนกำหนดเอง

5.สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง

คนอื่น ๆ ไม่ได้สนใจและจะไม่มีวันสนใจความสำเร็จของคุณมากเท่ากับตัวคุณเอง แรงขับเคลื่อนและความสำเร็จเป็นเรื่องของนิสัย คุณต้องเลิกนิสัยที่ไม่ดีอย่ างการผัดวันประกันพรุ่ง และสร้างนิสัยการวางแผนที่ดีขึ้นมาแทน คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกไม่ใช่คนฉลาดที่สุดหรือดูดีที่สุดเสมอไป

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์หรือของขวัญอะไรที่ฟ้าประทานให้ สิ่งที่พวกเขาทำคือ ตอกย้ำความภาคภูมิใจในตนเองด้วยชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ แรงจูงใจต่างหากที่ทำให้คุณรู้วิธีที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากในโรงเรียน สร้างความมั่นใจในการออกเดต และเรื่องทุกเรื่องในชีวิตของคุณ

ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน คุณต้องทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุข ไม่ใช่ทำเพราะอย ากให้ครอบครัวพอใจ เช่นเดียวกับการเรียน ถ้าคุณอย ากได้เกรดดีมาก ๆ ก็ควรทำเพราะทำแล้วตัวเองมีความสุข ไม่ใช่ทำเพราะอย ากให้ครอบครัวดีใจ
อย่ าจูงใจตัวเองให้ลดน้ำหนัก ตีพิมพ์หนังสือ หรือสร้างบ้านเพราะแค่อย ากทำให้คนอื่นประทับใจ แต่ให้ทำเพราะคุณอย ากขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ความสำเร็จ ทำเพื่อตัวคุณเอง

6.มีตัวเองเป็นฮีโร่

ไอดอลของคุณอาจช่วยสร้างแรงบัลดาลใจและชี้แนะแนวทางการใช้ชีวิตให้กับคุณ การมีใครสักคนที่มีค่านิยมแบบเดียวกันกับคุณและคุณก็นับถือเขาอย่ างสุดหัวใจนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่สุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ

คุณต้องมองเห็นตัวเองเป็นฮีโร่ เป็นคนหนึ่งที่จะทำหรือพูดอะไรก็ได้อย่ างที่ใจนึก ตั้งมั่นที่จะเป็นตัวของตัวเองและเป็นให้ดีที่สุด ตราบใดที่คุณยังไม่สามารถนับถือตัวเองได้ คุณก็จะไม่มีวันเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้อย่ างแท้จริงเช่นกันหลีกเลี่ยงการยกย่องเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักในวงสังคมของคุณเป็นไอดอล เพราะจะยิ่งทำให้คุณลืมทำเรื่องของตัวเอง

7.ยอมรับว่าชีวิตไม่ยุติธรรม

พ่อแม่ของเราห่วงใยเรามากจนยอมทุ่มเททุกอย่ างเพื่อเลี้ยงดูเราให้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีความเท่าเทียมและความยุติธรรม แต่ปัญหาใหญ่ในโลกปัจจุบันก็คือ โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้หมุนตามความเท่าเทียมและความยุติธรรมเสมอไป กฎเกณฑ์ในโลกนี้ถ้าไม่ปกป้องคนส่วนใหญ่

blank

(ซึ่งคุณก็อาจจะไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น) ก็ปกป้องคนที่มีเงินและอำนาจ คุณจะถูกปฏิบัติอย่ างไม่เท่าเทียมอันเนื่องมาจากความอยุติธรรมหลายอย่ าง ไม่ว่าจะเป็นสีผิว ความฉลาด ความสูง น้ำหนัก จำนวนเงินที่คุณมี ความคิดเห็น เพศ และทุกอย่ างที่เป็นส่วนประกอบสร้างตัวตนของคุณ แต่ไม่ว่าคุณจะถูกปฏิบัติอย่ างไร คุณก็ต้องมีความสุขกับชีวิตให้ได้

แต่อย่าให้ความอยุติธรรมมาปิดกั้นไม่ให้คุณทำในสิ่งที่อย ากทำ เช่น คุณอาจจะอย ากเป็นบุรุษพย าบาล เป็นทหารหญิงในกองทัพ หรือเป็นคนแรกในตระกูลที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ลงมือทำเลย อย่ ามัวแต่บอกตัวเองว่าสิ่งที่คุณฝันมันไม่มีทางเป็นจริงในโลกปัจจุบันที่คุณอยู่

8.เลิกกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่ างไร

ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่สุดของการเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ เพราะถ้าคุณมัวแต่รอคนอื่นมาบอกว่าเพลงที่คุณฟังเจ๋งไหม หรือเสื้อผ้าที่คุณใส่น่ารักหรือเปล่า

คุณคงจะไม่มีความสุขเท่าไหร่หรอก  ขอแค่คุณชอบ อย่างอื่นก็ไม่สำคัญแล้ว ! เลิกกังวลว่าคนอื่นจะตัดสินเรื่องในชีวิตของคุณอย่ างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าที่คุณใส่ อาชีพที่คุณเลือก หรือคนที่คุณเลือกมาเป็นคู่ชีวิต เพราะเรื่องเหล่านี้คนตัดสินใจคือคุณ ไม่ใช่คนอื่น

แต่ถ้าคุณยังมีความคิดน่ารำคาญผุดขึ้นมาในหัวตลอดว่า “แต่คนอื่นเขาจะคิดอย่ างไรถ้า…” ก็เท่ากับว่าคุณกำลังหยุดตัวเองไม่ให้ทำในสิ่งเป็นตัวตนของคุณอยู่นะ

9.อย่าแค่ คิด ว่าคุณเจ๋งที่สุด

พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นด้วย ! ความคิดเห็นสำคัญกับแรงจูงใจของคุณมากที่สุด แต่คุณจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อคุณทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ เริ่มง่าย ๆ

จากการรับผิดชอบงานของคุณด้วยศรัทธาอย่ างแรงกล้าในตัวเองว่าคุณสามารถรับมือกับสิ่งที่เข้ามาได้เพราะคุณเคยทำสำเร็จมาก่อน มากกว่าจะพย าย ามบรรลุเป้าหมายเพราะคุณรู้สึกกระตือรือร้นหรือไม่แน่ใจอยู่ข้างใน ความกระตือรือร้นและความไม่แน่ใจสร้างความสำเร็จเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง

10.สร้างข้อมูลของตัวเอง  ดูและอ่านข่าวจากหลาย ๆ แหล่ง ติดตามข่าวสารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และรับฟังเรื่องราวทุกเรื่องทั้ง 2 ด้านก่อนสร้างความคิดเห็นของตัวเองขึ้นมา คุณสามารถคุยกับคนที่มีพื้นเพต่างกันเพื่อให้ได้ข้อมูลในหัวข้อที่เกี่ยวข้องมากขึ้น แต่อย่ าให้คนอื่นมาบอกว่าคุณต้องคิดอย่างไร

ตั้งเป้าไว้เลยว่าจะอ่ า นหนังสือให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นวรรณคดีหรือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ตาม เพราะการเป็นคนมีคลังข้อมูลเยอะจะทำให้คุณไม่กลายเป็นผู้ตาม และทำให้คุณมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้นด้วยคุณคงไม่อย ากเป็นคนเชื่อคนง่าย และเชื่ออะไรเพียงเพราะเพื่อนสนิทที่สุด 50 คนใน F a c e b o o k บอกให้คุณเชื่อหรอกใช่ไหม

ขั้นตอน 2 

ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองให้มากขึ้น

1.รักษามิตรภาพที่แน่นแฟ้น

การเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเลิกคบเพื่อนให้หมด เพราะจริง ๆ แล้วเพื่อนที่ดีคือแรงสนับสนุนที่ทำให้คุณเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ เวลาที่เพื่อนต้องการคนคุยด้วย คุณก็ควรอยู่เคียงข้างเพื่อน เป็นคนที่เพื่อนไว้ใจ ไม่นินทาและเล่าความลับหรือเรื่องส่วนตัวของเพื่อนให้คนอื่นฟังแม้ว่าเพื่อนจะไม่ได้กำชับว่าไม่ให้บอกใครก็ตาม

เป็นคนเข้มแข็งให้กับเพื่อน ๆ และคนที่คุณรัก เพราะมันไม่ได้แค่แสดงให้เห็นว่าคุณนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเสมอเท่านั้น แต่คุณยังจะได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตจากประสบการณ์ของเพื่อน ๆ ในเร็ววันด้วย

2.เป็นอิสระทางการเงิน

ข้อนี้อาจจะย ากเพราะพ่อแม่ของเรามีสัญชาตญาณธรรมชาติที่ทำให้ท่านอย ากช่วยเหลือเรา เวลาที่ท่านเสนอความช่วยเหลือทางการเงินก็แค่ปฏิเสธอย่ างสุภาพ

การพึ่งพาคนอื่นด้านการเงินมันเย้ายวนใจก็จริง แต่ก่อนที่คุณจะได้สัมผัสกับชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง คุณต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ก่อน สร้างความมั่นคงทางการเงิน การอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่ างแท้จริงคือการมีอิสรภาพทางการเงิน จ่ายค่าใช้จ่ายเอง ขับรถของตัวเอง และจ่ายค่าเช่าบ้านเอง

ถ้าคุณไม่มีเงินจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ให้รัดเข็มขัดแบบสุด ๆ เพราะเงินเก็บนอกจากจะทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ยังสร้างความรู้สึกของการได้พึ่งพาตัวเองและสร้างแรงจูงใจได้อย่ างไม่น่าเชื่อด้วย

3.อย่ายึดติดกับอะไรทั้งสิ้น

ไม่ว่าเป็นความสบาย ความง่าย หรือเพื่อ “เป็นคนน่ารัก”. ทุ่มเทกับทุกสิ่งที่ทำ ปกป้องความเห็นของตัวเอง และโดยเฉพาะสาว ๆ อย่ าให้ผู้ชายคิดว่าเขาต้องคอยเอาใจคุณ ถ้ามีอะไรดี ๆ ที่คุณทำได้ ทำเลย ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ลงมือเลย ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำทุกอย่ างในโลกนี้เอง เพียงแต่อย่ ารู้สึกว่าคุณต้องให้ใครมาทำอะไรให้ทั้ง ๆ ที่คุณก็ทำเองได้

ทุ่มเทและทำทุกอย่ างให้ดีที่สุดจนกระทั่งผู้คนออกปากว่า “คนนั้นน่ะเขาไม่ไหว้วานให้ใครทำอะไรให้เลย เป็นคนที่เข้มแข็งและช่วยเหลือตัวเองได้ดีจริง ๆ”

4.ถ้าเป็นไปได้ ให้ทิ้งเพื่อนและครอบครัวไว้ที่บ้าน

หนึ่งในขั้นตอนสู่ชีวิตอิสระที่ทำได้ย ากก็คือ การเริ่มทำอะไรด้วยตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องมีคนนั่งเป็นเพื่อนตอนขับรถไปร้านอาหาร

เพราะคุณสามารถไปพบเพื่อน ๆ ที่นั่นเองเลยได้ ไปช้อปปิ้งคนเดียว ใช้เวลาตอนเย็นอยู่กับตัวเองสัปดาห์ละ 1 – 2 วัน ทำกิจก ร ร มที่บังคับให้คุณต้องเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตามถ้าคุณเคยชินกับการมีเพื่อนไปเดินป่าหรือไปห้าง ลองลำบากนิดหน่อยด้วยการไปคนเดียวดูสิ จะได้รู้ว่ามันรู้สึกอย่ างไร

5.ทิ้งอิทธิพลไม่ดีออกไปจากชีวิต

ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่ าตัดเพื่อน เรียนรู้ที่จะรักษาระยะห่างแบบพอดี ๆ แม้ว่าเพื่อนพวกนั้นจะ “เจ๋งสุด ๆ” แต่พวกเขาก็อาจจะแค่รั้งคุณไว้ไม่ให้เป็นตัวของตัวเอง

“กำจัดเหลือบไรออกไปจากชีวิต” คนบางคนทำให้คุณเปล่งประกาย แต่บางคนก็หยุดยั้งไม่ให้คุณเติบโตและดึงพลังงานของคุณไปหมด ถ้าคุณมีเพื่อนที่พย าย ามให้คุณทำในสิ่งที่คุณไม่อย ากทำ ไม่ว่าจะเป็นขโมยของหรือเป็นยัยตัวร้ า ย ก็คงถึงเวลาต้องตัดเพื่อนแล้วละ
หลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชอบสร้างพรรคพวกและให้คนมาซูฮก คนพวกนี้แค่อย ากให้คุณทำตามคำสั่ง และจะทำให้คุณไม่เป็นตัวของตัวเอง

6.เก็บเงิน

เก็บเงินตามสมควรให้ได้มากที่สุด การเก็บเงินจะทำให้คุณมีเงินไว้ใช้ย ามฉุกเฉิน เพราะบางครั้งชีวิตก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ คุณไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อไหร่ พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการเก็บเงินแยกไว้ต่างหากในแต่ละเดือน เพราะวันดีคืนดีอาจจะมีอุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพ หรือแม้กระทั่งภัยธรรมชาติเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว

คุณอาจจะคิดว่าคุณเป็นพวกเก็บเงินไม่อยู่ แต่แม้กระทั่งการทำสิ่งเล็ก ๆ เช่น ชงกาแฟดื่มเองแทนที่จะเดินไปซื้อที่ Starbucks อย่ างเคยวันละ 1 ครั้ง คุณก็เก็บเงินได้แล้วสัปดาห์ละ 800 กว่าบาท เท่ากับว่าปีนึงก็เก็บได้เกิน 40,000 บาทเลยนะเนี่ย !

7.เปิดบัญชีเงินฝาก

คุณควรเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำแยกต่างหากจากบัญชีเงินเดือน เงินส่วนที่ไม่จำเป็นต่อการใช้จ่ายให้เก็บไว้ในบัญชีเงินฝากจนกว่าคุณจะพร้อมพึ่งพาตัวเองมีบัญชีเงินฝากเป็นของตัวเองจะทำให้คุณไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นเรื่องเงิน และป้องกันไม่ให้คุณใช้จ่ายอย่ างสุรุ่ยสุร่ายด้วย

8.เริ่มเส้นทางอาชีพ

ลองทำงานหลาย ๆ สาขาแล้วดูว่าตัวเองชอบอะไรมากที่สุด ถ้าเงินทำให้คุณมีความสุข ให้ไปเป็นวาณิชธนกิจหรือทำธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ ถ้าคุณรักเด็ก ให้ไปเป็นครู ถ้าคุณชอบเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้ไปเป็นนักกฎหมาย ศาสตราจารย์ หรือที่ปรึกษา ถ้าคุณชอบคุยกับคน

ให้ไปเป็นพนักงานขายหรือทำงานในอุตสาหก ร ร มบริการ ถ้าคุณเป็นคนประเภทอย ากรู้ว่าอะไรทำงานอย่ างไร ให้ลองด้านวิศวก ร ร ม หรือจิตวิทย าและสังคมวิทย า

นักศึกษาส่วนใหญ่สุดท้ายไม่ได้ทำงานตามเอกที่เรียนมา บางคนได้รับการศึกษาในระบบไม่เท่าไหร่แต่กลายเป็นมหาเศรษฐี การทำงานในสายงานที่คุณชื่นชอบคือส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่

9.หาสิ่งที่ตัวเองรัก

อะไรก็ได้ที่คุณทุ่มเทเวลาให้ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา แฟนสาว/แฟนหนุ่ม ดนตรี วงดนตรี ศิลปะ/การเต้นแขนงใดแขนงหนึ่ง หรือศาสนา อะไรก็ได้ที่คุณต้องใช้เวลาอยู่กับมันเป็นประจำ

แต่การเล่นเกมวิดีโอกับตุ๊กตาบาร์บี้ทั้งวันก็ดูไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าไหร่นะ (รวมถึงการเสียเวลาอยู่กับอินเทอร์เน็ตเป็นนานสองนานด้วย)การค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงความหมายของชีวิตมากขึ้น และทำให้คุณรู้ว่า ชีวิตนี้สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ คืออะไร

10.วางแผนแต่ละวันตามใจ ตัวเอง

คนที่พึ่งพาคนอื่นตลอดมักปล่อยให้โลกของตัวเองหมุนตามความต้องการของคนอื่นและสิ่งอื่น ๆ วางแผนชีวิตในแต่ละวันตามตารางเวลาของคุณเอง เขียนรายการสิ่งที่คุณอยากทำ สิ่งที่คุณต้องทำ และสิ่งที่ควรทำให้เสร็จตั้งนานแล้ว ถ้าเพื่อนต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ก็โอเค

แต่อย่าให้เพื่อนคนนั้นมามีผลกระทบกับแผนที่คุณตั้งใจวางไว้มากนัก[1]
ทำให้การอยู่คนเดียวเป็นช่วงเวลาที่ดีเหมือนได้ไปเดตกับณเดชน์ คูกิมิยะด้วยการรักษาเวลาที่จัดไว้ให้ตัวเองและอย่ าให้ใครมาทำให้คุณไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

11.ขอบคุณคนอื่น ๆ ที่ช่วยเหลือคุณ

การเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องดื้อรั้น ถ้ามีใครช่วยเหลือคุณจริง ๆ ก็กล่าว “ขอบคุณ” เขาอย่ างจริงใจ จะเขียนการ์ดหรือกอดเขาแน่น ๆ ก็ได้ถ้าเขาเป็นเพื่อนสนิทของคุณ การยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือบ้างในบางครั้งไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร และการที่เรารู้ว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ตอนไหนก็ไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนพึ่งพาตัวเองน้อยลงเลย

12.อย่าทำตามกระแสนิยม

แค่เพราะว่าคนอื่นซื้อเสื้อเชิ้ตตัวละ 2,000 บาทก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องซื้อตามด้วย แต่งตัวอย่างที่คุณอย ากจะแต่ง และพูดในสิ่งที่คุณอย ากจะพูด ถ้าคุณชอบทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ ก็ทำเลย ! อย่ างหนึ่งที่ต้องจำไว้ให้ดีก็คือ รสนิยมและสไตล์ที่ดีนั้นไม่ต้องใช้เงินซื้อ เพราะมันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือเรียนรู้ได้ แค่รู้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถสร้างรสนิยมและสไตล์ที่ดีได้โดยไม่ต้องใช้เงินมาก

13ใช้เวลากับคนที่มีมุมมองต่างจากเรา. การไปไหนมาไหนกับคนที่เหมือนคุณไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณอย ากเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้มากกว่าเดิม การพย าย ามเป็นเพื่อนกับคนหลาย ๆ กลุ่มที่มีมุมมองและอาชีพแตกต่างจากคุณจะทำให้คุณรู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมาย และทำให้คุณเห็นว่าการไปถึงเป้าหมายนั้นทำได้หลายวิธี[2]

ถ้าคุณเป็นครูสอนโยคะ ลองไปไหนมาไหนกับนักกฎหมายเพื่อเปลี่ยนบรรย ากาศ หรือถ้าคุณเป็นนักศึกษาก็ลองใช้เวลากับเชฟดู การได้ใช้เวลากับคนอื่นที่ไม่เหมือนคุณเลยจะทำให้คุณใจกว้างและพร้อมที่จะทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยตัวของคุณเอง

ขั้นตอน 3

กำหนดทิศทางชีวิตในโลกด้วยตัวเองมากขึ้น

1.หัดขับรถหรือเรียนรู้การใช้ขนส่งสาธารณะ

คุณไม่มีวันพึ่งพาตัวเองได้อย่ างสมบูรณ์ตราบใดที่คุณยังขับรถไม่เป็นหรือไปไหนมาไหนเองไม่ได้ คุณจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้อย่ างไรในเมื่อคุณยังต้องให้แฟนหนุ่ม เพื่อนสนิท หรือพ่อแม่ขับรถไปส่ง (สมมุติว่าคุณโตพอที่จะขับรถได้แล้ว) ถ้าคุณอยู่แถบชานเมืองและจำเป็นต้องใช้รถไปไหนมาไหน เผชิญหน้ากับชีวิตอย่ างกล้าหาญและไปทำใบขับขี่ จากนั้นก็พย าย ามมีรถของตัวเองให้ได้[3]

blank

ถ้าคุณอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ วันไหนที่อากาศไม่ร้อนก็ไม่ต้องอาศัยเดินลูกเดียวหรือรอเพื่อนขับรถมารับ หัดนั่งรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถเมล์

การพึ่งพาให้คนอื่นพาคุณไปไหนมาไหนทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะอยู่บ้านมากกว่าหรือรอให้คนอื่นมากำหนดชะตาชีวิตตัวเอง คุณควรจะได้ทำในสิ่งที่คุณอย ากทำ และทำเมื่อไหร่ก็ได้

2.ค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเองแทนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นตลอดเวลา

คุณอาจจะโทรศัพท์ขอให้พ่อช่วยทุกครั้งที่มีปัญหาการเงิน คุณอาจจะโทรศัพท์หาแม่ทุก 5 นาทีตอนวางแผนจัดงานปาร์ตี้หรืองานแต่งงาน

คุณอาจจะมีเพื่อนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในทุก ๆ เรื่อง หรือมีคนที่คุณขอความช่วยเหลืออยู่เสมอเวลาที่คุณมีปัญหาที่ทำงาน เรื่องรถ หรือตอนที่คุณกำลังพย าย ามซ่อมทีวี ถ้าคุณอย ากพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น ต้องสร้างนิสัยค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเองก่อนขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

การมีคนที่เราพึ่งพาได้มันก็เป็นเรื่องดี แต่ครั้งต่อไปก่อนที่จะเอื้อมหยิบโทรศัพท์ ลองถามตัวเองก่อนว่า ฉันหาข้อมูลนี้เองได้หรือเปล่า และส่วนใหญ่คำตอบก็มักจะเป็น “ได้” แน่นอนว่ามันอาจจะใช้เวลานานกว่า แต่ลองคิดดูสิว่าคุณจะรู้สึกดีกับตัวเองมากกว่าเดิมขนาดไหน

3.ฝึกทักษะซ่อมแซมของในบ้าน

เบื่อไหมที่ต้องคอยโทรศัพท์ตามช่างประปา ช่างซ่อม หรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ทุกครั้งที่มีอะไรในบ้านเสีย ฝึกซ่อมแซมของในบ้านด้วยตัวเองจากคลิปวิดีโอ อ่ า น WikiHow หรืออ่ า นนิตยสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบ้านเช่น

บ้านและสวน Life and Home ถ้าคุณมีเพื่อนสนิทเป็นช่างไม้ ขอให้เขาสอนงานช่างไม้ให้คุณ การหัดซ่อมแซมของในบ้านเองช่วยคุณประหยัดเงินได้มากโข และทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องนั่งรอคนอื่นมาทำให้ชีวิตดีขึ้น
แล้วก็ การหัดแก้ปัญหาส้วมตันแบบเร่งด่วนก็ดีกว่ารอให้คนอื่นมาทำให้นะ

4.ทำกับข้าวกินเอง

อย่ าเอาแต่พึ่งพาอาหารจาก Foodland หรือร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ต้องเป็นเชฟชื่อดังก็เข้าใจหลักพื้นฐานของการทำอาหารได้ เช่น รู้วิธีผัดอะไรง่าย ๆ วิธีใช้เตาอบ และวิธีทำอาหารง่าย ๆ อย่ างข้าวผัด ผัดกระเพรา และห มูกระเทียม การที่คุณรู้ว่าตัวเองสามารถซื้อวัตถุดิบนิด ๆ หน่อย ๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสดแถวบ้านเองได้ และรู้วิธีเอา

วัตถุดิบมาปรุงให้ได้อาหารจานเด็ดจะทำให้คุณรู้สึกว่า คุณสามารถทุกอย่ างได้ด้วยตัวเอง [4]ถ้าคุณกลายเป็นแม่ครัวหัวป่าก์ขึ้นมา คุณก็สามารถแบ่งปันทักษะของคุณได้ด้วยการเชิญคนอื่นมากินข้าวที่บ้านการหัดทำกับข้าวกินเองไม่ได้ทำให้คุณพึ่งพาตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังช่วยคุณประหยัดเงินซึ่งเป็นหัวใจหลักของชีวิตที่เป็นอิสระด้วย

5.รู้จักวางแผนทางการเงิน

บางทีคุณอาจจะมีพ่อแม่ สามีภรรย า หรือคนสำคัญอื่น ๆ ที่คอยจัดการเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ให้คุณ หรือคุณอาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากเท่าไหร่เลยทำให้คุณไม่ค่อยระวังเรื่องการใช้จ่าย

ไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะเป็นอย่ างไร คุณควรรู้ว่าแต่ละเดือนหรือแต่ละสัปดาห์คุณต้องใช้เงินเท่าไหร่ และจดรายการใช้จ่ายเพื่อให้รู้ว่าตัวเองสามารถลดทอนรายจ่ายส่วนไหนได้บ้าง
การหาวิธีเก็บเงินทำให้คุณพึ่งพาตัวเองได้ เพราะคุณจะมีเงินใช้จ่ายตามใจชอบมากขึ้น

6.อย่าใช้ GPS บอกทาง

แน่นอนว่าการเปิด GPS หรือแผนที่ในโทรศัพท์มือถือช่วยให้คุณเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ แต่ถ้า GPS ของคุณเกิดทำงานผิดปกติ โทรศัพท์มือถือแบตหมด

หรือถ้ามันนำทางคุณไปยอดหน้าผาล่ะ คุณจะไปตามที่มันบอกหรือเปล่า หวังว่าคงจะไม่นะ เพราะฉะนั้นก่อนไปไหน ให้นึกทางที่จะไปไว้ในใจ เป็นไปได้ให้ปริ้นท์แผนที่จริงออกมาด้วย แต่ถ้าจะให้ดีคุณต้อง รู้ ให้แน่ว่าคุณต้องไปทางไหน คุณจะได้ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ต่าง ๆ มากนัก
ถ้าเดินทางไกล GPS มีประโยชน์แน่นอน แต่คุณเองก็ต้องแม่นทิศทางด้วยว่าตัวเองจะไปไหน จะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองไม่รู้ทางเลย

7.เคยชินกับการทำอะไรคนเดียว

ถ้าคุณพึ่งพาตัวเองได้จริง ๆ คุณจะไม่อย ากให้ใครทำอะไรเป็นเพื่อนหรือทำกิจก ร ร มสนุก ๆ ด้วยกัน อย่ ารอให้เพื่อนว่างก่อนแล้วค่อยไปลองร้านอาหารร้านใหม่ในจังหวัดหรือไปดูหนังเข้าใหม่ด้วยกัน

ให้รางวัลตัวเองและทำอะไรคนเดียว ถ้าคุณไปโรงหนัง คุณจะรู้สึกดีที่ได้เห็นว่ามีคนอีกมากมายที่เขามาดูหนังดี ๆ คนเดียวเหมือนกัน
มันขึ้นอยู่กับทัศนคติล้วน ๆ ถ้าคุณดูเหมือนและรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขกับการได้ทำสิ่งเหล่านี้คนเดียว ก็ไม่มีใครคิดอะไรหรอก

8.ค่อยเป็นค่อยไป

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด คนเราก็ไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ทั้งหมดฉันนั้น บทความนี้ไม่ได้บอกวิธีการที่รวดเร็วและหนักหน่วงให้คุณยึดถือ อันไหนที่คุณไม่อย ากทำก็ไม่ต้องทำ บทความนี้แค่บอกคุณว่า การจะเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้นั้นต้องทำอะไรบ้าง ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณอย ากเป็นจริง ๆ

ที่มา : th.m.wikihow

Back To Top