10 จุดอ่อนของไทย ที่เราควรแก้ไข

 

 

จากสถานการณ์วิฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น บวกกับมาเจอ โรคระบาด อย่างโควิด 19 อีก ทำให้หลายฝ่ายต่างก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทการท่องเที่ยว

สถานที่คนแออัด ห้างร้าน โรงหนัง สนามมวย แหล่งค้าขายต่างๆมองไปแทบไม่มีคนเดิน หรือแม้แต่กระทั่ง ประชาชนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ ไทยถูกพูดถึงเป็นอย่ างหนักหน่วงในกระแสโลกาวิวัฒน์ การก้าวเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม

โดยชี้จุดอ่อนสำหรับคนไทยไว้ถึง 10 ข้อที่เราคนไทยควรรู้และรับทราบ เพราะที่กล่าวมาทุกข้อแทบปฏิเสธไม่ได้เลย ไม่เชื่อลองไล่อ่านแล้วพิจารณาอย่างปราศจากอคติ และไม่ต้องว่าเค้านะคะ เพราะนี่คือ กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของเราเอง

1. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่ ประชากรประมาณ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็น ที่อยู่ห่างไกลจะ ข า ดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตัวเอง และ ชุมชนซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

blank

2. คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภท มือใครย าวสาวได้สาวเอา เกิดธุรกิจกา รเมืองธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อย

3. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือ ในเวทีการค้าระดับโลกยัง ข า ดทักษะ และทีมเวิร์คที่ดีทำให้สู้ประเทศเล็ก ๆ อย่ างสิงคโปร์ไม่ได้

4. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 75 เปอร์เซ็น ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆน้อยคนนัก ที่จะทำงานเป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจนกับตัวเอง

5. ไม่จริงจังในความรับ ผิ ดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้า หรือ ทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาข้อตกลงอย่ างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะย าว คนไทยจึงถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือลงเรื่อยๆ

6. การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ ข า ดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ไม่กล้าแสดงออก ขีอายไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

blank

7. การบังคับกฎหมาย ที่ไม่เข้มแข็ง และไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมาย กับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐานบางครั้งเห็นผิ ดเป็นถู ก

8. เลี้ยงลูกไม่เป็นเด็กไทยขาด ความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นโรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็งเพราะการเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง

blank

ไม่กระตือรือร้นในการช่วยตนเองขวนขวายแสวงหา ค้นหาตัวเองและไม่สอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม แต่มันคือเรื่องจริงที่เถียงไม่ออก เริ่มตั้งแต่ในครอบครัว สังคม ตลอดจนหน่วยงานภาคธุรกิจ และภาครัฐบาลต้องร่วมกัน ตระหนักและหาทางแก้ไข อย่ างจริงจังแล้ว

9. บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์บ่อยครั้ง ที่ต้องเสีย โอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆไม่ได้พูดกัน

10. ยังมีอิจฉาตาร้อน ในสังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจมีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้ว

blank

ไปเกาะผู้มีอำนาจเอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ า ยยิ่งกว่าผู้ ก่ อ การร้า ย ดีแต่พูดมือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามา เพราะกลัวเปลืองตัว

ที่มา : postsread

Back To Top