เช็กอาการโควิดโอมิครอน ต่างจากเดลตาอย่างไร


Omicron เชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก อาการโอมิครอนเป็นอย่างไร

ต่างจากสายพันธุ์เดลตาหรือเปล่า มาหาคำตอบกันกำลังเป็นที่จับตาทั่วโลกสำหรับโควิด 19

สายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า โอมิครอน (Omicron) เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมหลายจุด

จึงสร้างความกังวลว่า โควิดสายพันธุ์นี้จะแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดลตาที่ครองโลกอยู่หรือไม่

ซึ่งขณะนี้พบผู้ป่วยในหลายประเทศแล้ว รวมทั้งประเทศไทย แสดงว่าโควิดโอมิครอนอยู่ไม่ไกลตัวอีกต่อไป

ดังนั้นจึงควรศึกษาไวรัสตัวนี้เอาไว้เพื่อรับมือ

โอมิครอน (Omicron) คืออะไร

โอมิครอน (Omicron)

โอมิครอน (Omicron) เป็นภาษากรีก หรือบางคนอ่านว่า โอไมครอน ตามภาษาอังกฤษ

คือสายพันธุ์ใหม่ของโรคโควิด 19 มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า B.1.1.529 ถูกพบครั้งแรกในทวีปแอฟริกา

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ก่อนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จะจัดให้สายพันธุ์โอมิครอน

อยู่ในรายชื่อเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern) เป็นลำดับที่ 5 ต่อจากอัลฟา, เบตา, แกมมา และเดลตา

ทั้งนี้ เนื่องจากพบว่าไวรัสตัวนี้มีการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 ตำแหน่ง รวมถึงมีการกลายพันธุ์

ของโปรตีนบนส่วนหนามของไวรัสถึง 32 ตำแหน่ง และยังกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ (receptor binding domain)

ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเราถึง 10 ตำแหน่ง มากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ

นอกเหนือจากศักยภาพในการระบาดอย่างรวดเร็วแล้ว สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยังแสดงความกังวลคือ

ประสิทธิภาพในการกลายพันธุ์ที่สูงผิดปกติ ทำให้สามารถแพร่กระจายเชื้อได้มากกว่า และอาจหลบหลีกต่อภูมิคุ้มกันได้ด้วย

อาการโอมิครอน vs เดลตา ต่างกันไหม

โอไมครอน อาการ

จากข้อมูลผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน พบว่าส่วนใหญ่มีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่

และบางคนอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย เช่น รู้สึกอ่อนเพลีย เมื่อยล้า

ไม่พบการสูญเสียการรับรสหรือรับกลิ่น และส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน อย่างไรก็ตาม

ทีมศึกษาวิจัยจากอังกฤษยังพบว่าผู้ป่วยสายพันธุ์โอมิครอนจะมีอยู่ 8 อาการที่เป็นสัญญาณว่าติดเชื้อโอมิครอน คือ

เจ็บคอ (อาจมีไอแห้ง)

น้ำมูกไหล

จาม

อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า

ปวดศีรษะ

ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ

เหงื่อออกมากในตอนกลางคืน

และอาจทำให้เสื้อผ้าชุ่มด้วยเหงื่อจนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้ว่าจะนอนในห้องแอร์ก็ตามปวดหลังส่วนล่าง

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบอาการสายพันธุ์โอมิครอน กับ เดลตา สายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในปัจจุบัน

จะเห็นว่าไม่ค่อยต่างกันมากนัก เพราะผู้ป่วยสายพันธุ์เดลตามักมีอาการคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป

และไม่ค่อยพบการสูญเสียการรับรสเช่นเดียวกัน

ดังนั้น อาจต้องสังเกตอาการเหงื่อออกในตอนกลางคืนและปวดหลังส่วนล่างเพิ่มเติม

เพื่อแยกว่าติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่ แต่เพื่อความแน่ใจแพทย์จะเป็นผู้ส่งตรวจหาเชื้อเพื่อยืนยันสายพันธุ์

อาการโอมิครอนที่พบในผู้ติดเชื้อประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทย จากข้อมูล ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2564 พบผู้ป่วยสายพันธุ์โอมิครอน

มีอาการน้อยจนถึงไม่มีอาการ 90%, ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อย 10% และผู้ป่วยที่มีอาการมาก 3-4%

ทั้งนี้ หากศึกษาจากผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่มีอาการ 41 ราย พบอาการมาก-น้อยตามลำดับ คือ

ไอ 54%

เจ็บคอ 37%

ไข้ 29%

ปวดกล้ามเนื้อ 15%

มีน้ำมูก 12%

ปวดศีรษะ 10%

หายใจลำบาก 5%

ได้กลิ่นลดลง 2%

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษามีเพียง 10 ราย ทั้งหมด

มีอาการดีขึ้นภายใน 24-72 ชั่วโมง หลังได้รับยา และให้ยาจนครบ 5 วัน

โควิดโอมิครอน มีความรุนแรงแค่ไหน

เชื้อโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมา 2-5 เท่า

และอาจจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักแทนที่เดลตาในอนาคต หลังพบผู้ติดเชื้อ

เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา

ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 73% ภายใน 1 สัปดาห์

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19

Back To Top