อุทาหรณ์ชีวิตคู่ สามีภรรยาคู่หนึ่ง ตัดสินใจหย่ากัน เพราะ…

thumbnail

สามีภรรยาคู่หนึ่ง ตัดสินใจหย่ากัน ด้วยเหตุผลทัศนะ ไม่ตรงกันหากไม่ใช่ เพราะห่วงความรู้สึกของลูก เขาและเธอคงหย่ากัน ไปนานแล้ว วันนี้ลูกของเขา และเธอโตพอที่จะยอมรับความจริงได้ เขาและเธอจึงตกลงไปหย่ากันที่อำเภอหลังจากหย่ากันเสร็จ

ฝ่ายชายเอ่ยขึ้นว่า”ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อนะ”

ฝ่ายหญิงตัดสินใจว่าในเมื่อจะจากกันแล้วจริงๆ ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อก็ไม่เป็นไร พนักงานเสริฟ ยกปลาเปรี้ยวหวานมาเสริฟ

ฝ่ายชายจึงตักปลาให้ฝ่ายหญิง ”กินสิ คุณชอบกินปลาที่สุด ผมรู้”

ฝ่ายหญิงขึงตาใส่ฝ่ายชายแล้วพูดขึ้นว่า”คุณก็เป็นแบบนี้ คิดเองเออเอง เอาแต่ใจตัวเอง เอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ เคยคิดถึงความรู้สึก ของคนอื่นบ้างไหม แต่งงานกันมาตั้งนาน  คุณไม่เคยรู้เลยสักนิดว่า… กับข้าวที่ฉันไม่ชอบที่สุด ก็คือปลา

ฝ่ายชายเมื่อได้ยินก็ลมขึ้น “คุณก็ไม่เคยเข้าใจ ผมเลยสักนิด ผมพยายาม เอาใจ คุณทุกอย่าง อยากให้คุณรู้ว่าผมรักคุณขนาดไหน ผมพยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณ คุณรู้ไหม อาหารที่ผมชอบ ที่สุดในชีวิตก็ คือ ปลาเปรี้ยวหวาน

หลังจากทานข้าวเสร็จ ด้วยความกลัวใจของตัวเอง ทั้งสองคนจึงตกลงกันว่า จะไม่ติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน แยกจากกันไม่ถึง 15 นาที โทรศัพท์ของฝ่ายชายก็ดังขึ้น เป็นสายจากฝ่ายหญิงเขาลังเล ว่าจะรับดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่รับ! ค่ำนั้น ฝ่ายชายนอนกระสับกระส่าย เหมือนไฟกำลังสุมอยู่ในใจของเขากองใหญ่ เขาผุดลุกผุดนั่งอยู่นาน จึงตัดสินใจโทรหาฝ่ายหญิง เพื่อสารภาพความจริงว่าเขายังรักเธออยู่ ชีวิตนี้เขาคงขาดเธอไม่ได้ เมื่อโทรไปหาฝ่ายหญิง เสียงรอสายดังเป็นนานสองนานก็ยังไม่มีคนรับ เขาไม่ละ ความพยายามในการโทร ผ่านไปหลายช่วงจึงมีคนกดรับ

“สวัสดีครับ!” ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นหูเขารู้สึกเดือดดาล นี่แค่ไม่ถึงวันฝ่ายหญิงก็มีคนอื่นแล้วเหรอ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจวางสาย เสียงของชายคนนั้นก็ดังนั้น

“คุณเป็นสามีของคุณ.ใช่หรือเปล่าครับ เพราะเครื่องเมมชื่อว่าพ่อของลูก”

”ใช่ ผมเป็นสามีของเธอ”

น้ำเสียงของเขาเชิดสูงด้วยความไม่พอใจ

”คุณรีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะครับ คุณผู้หญิงถูกรถชน ตอนนี้อาการหนักมาก คุณหมอกำลังช่วยกันยื้อชีวิตอยู่”

เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว จากนั้นรีบบึ่งรถไปที่โรงพยาบาล ตอนที่เขาและเธอแยกจากกันเมื่อตอนบ่าย ด้วยความเสียใจของฝ่ายหญิง เธอเดินใจลอยข้ามถนนจนถูกรถชน ก่อนที่เธอจะหมดสติ เธอได้หยิบโทรศัพท์โทรหาฝ่ายชาย แต่เขาไม่ได้รับสายของเธอ

“คุณหมอครับ เมียผมเป็นยังไงบ้าง คุณหมอต้องช่วยชีวิตเมียของผมนะครับ ผมกราบล่ะ” พูดเสร็จเขาก็คุกเข่าลงกราบคุณหมอ คุณหมอพยุงให้เขาลุกขึ้นแล้วพูดว่า

“พวกเราพยายามสุดความสามารถนะ แต่สมองของเธอถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก หากเธอฟื้น มีเปอร์เซนต์เป็นเจ้าหญิงนิทราสูง ขอให้คุณเตรียมใจไว้ด้วยนะ”

จากนั้นจึงพาเขาเดินไปที่ห้องผ่าตัด ซึ่งในขณะนั้นคุณหมอและพยาบาลชุดหนึ่งกำลังเดินออกมา” หมอเสียใจด้วยนะครับ หมอได้พยายามสุดความสามารแล้ว

ภรรยาของคุณอาจอยู่ได้เพียงแค่คืนนี้เท่านั้น คุณเข้าไปดูเธอเถอะ แต่ตอนนี้เธอพูดอะไรไม่ได้แล้วนะครับ”

เขาเดินตัวแข็งทื่อเข้าไปในห้องผ่าตัด ความเย็นของห้องยิ่งตอกย้ำความหนาวเหน็บที่อยู่ในใจของเขาในตอนนี้ บนเตียง สภาพของฝ่ายหญิงแทบดูไม่ออกว่าเป็นใคร เพราะมีผ้าพันไว้เต็มหัว เหลือแต่ใบหน้าที่ปูดบวม” คนดีของพ่อ ไม่เจ็บนะ!” พูดไม่ทันเสร็จ เขาก็ปล่อยโฮออกมาเขาบีบมือของภรรยาไว้แน่น เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเธอ ตอนนี้สองตาของเธอมีน้ำตาใหลอาบแก้ม และดูเหมือนพยายามจะเอ่ยปากพูดกับเขา

เขาเอียงหูไปแนบที่ปากของภรรยา”ฉันโทรหาคุณ เพื่อจะบอกคุณว่า ในตู้เย็นมีมีเกี๊ยวแช่แข็งเอาออกมาเวฟกินตอนเย็น บนหัวเตียงมีกรมธรรม์ของฉัน และและอยากจะบอกคุณว่า ฉันชอบกินบะหมี่ที่คุณทำ และ ฉันก็รักคุณมาก”พูดไม่ทันจะจบประโยคปากของเธอก็อ้าค้าง ไม่สามารถสูดลมหายใจได้อีกต่อไปเขาร้องไห้เหมือนคนเสียสตี กอดร่างของภรรยาไว้แน่นบะหมี่ที่เธอชอบกิน เขาเคยทำเพียงแค่ครั้งเดียวตอนที่เธอป่วย ซึ่งเขาคิดว่าเป็นบะหมี่ที่แย่ที่สุดในชีวิตของเขา

ชีวิตคนเราเปราะบางและสั้นนัก สั้นจนบางครั้งไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะบอกว่ารักให้คนรอบกายฟังสั้นเพราะอะไร เปราะบางเพราะอะไร เพราะศักดิ์ศรีเหรอ เพราะโทสะเหรอ เพราะอารมณ์เสียเหรอทำไมไม่วางศักดิ์ศรีบ้าบอนั้นลง ทำไมไม่ใจกว้างต่อกัน ทำไมไม่ทำความเข้าใจต่อกัน ทำไมไม่สื่อสารกันด้วยสติอย่า รอให้ต้องเคาะโลงถึงกล้าบอกว่ารักคนในครอบครัว

 

ที่มา : นุสนธิ์บุคส์

Back To Top