อย่าแคร์คนอื่นมากเลย 10 ข้อนี้จะบอกว่าทำไมคุณควรแคร์ตัวเองมากกว่า

thumbnail


ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการที่จะได้รับการยอมรับ แต่อย่ างไรก็ตามมันมักนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิดต่อตัวเองมากจน

เกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจกับตัวเองและคนอื่นได้

ดังนั้นคุณจึงไม่ควรปล่อยให้มันมากีดกันความคิดและความก้าวหน้าในชีวิตอีกต่อไปได้

และต่อไปนี้เป็นเหตุผล 10 ประการ ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิด

1. เป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณจะทำให้ทุกคนพอใจ

คุณไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ตลอดเวลา และก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตอบสนองต่อทุกความคาดหวังของทุกคน ดังนั้นจึงไม่มี

ประโยชน์อะไรที่จะอดทนฝืนทำอย่ างนั้น เพราะคนแรกที่คุณควรจะทำให้พึงพอใจให้ได้มากที่สุดก็คือตัวคุณเองไงล่ะ

2. คนอื่นไม่ได้ใส่ใจคุณมากเท่าที่คุณคิดหรอก

ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ คนเราไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่นมากขนาดนั้น พวกเขาสนใจสิ่งต่างๆ

เพียงเพราะปัจจัยง่ายๆ แค่ว่ามันเกี่ยวข้องกับพวกเขาหรือไม่ก็เท่านั้น

ถ้าตัวตนหรือการกระทำของคุณไม่ได้ไปกระทบชีวิตคนอื่นเข้า พวกเขาก็แทบจะไม่สนใจคุณเลยแม้แต่น้อย

3. ทำอะไรไปก็ได้รับผลอย่ างนั้น

การกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับตัวคุณ อาจจะทำให้เรื่องแย่ๆ กลายเป็นจริงขึ้นมาได้

บ่อยครั้งที่คนส่วนใหญ่หลง ทางเพียงเพราะแค่ต้องการไล่ตามการยอมรับจากคนอื่น

ซึ่งบางคนก็กลายเป็นคนที่เอาใจคนอื่นมากเกินไป หรือไม่ก็หัวอ่อนจน ทำให้คนมองว่าน่าเบื่อได้

ก็กลายเป็นว่าพฤติก ร ร มที่คุณทำเพื่อให้ คนอื่นชอบใจนั้น กลับเป็นเหตุผลที่ทำให้คนอื่นไม่ชอบคุณขึ้นมาได้เหมือนกัน

4. ชีวิตสั้นเกินกว่าที่จะเอาเวลามาใส่ใจเรื่องพวกนี้

คุณมีชีวิตเพียงครั้งเดียว ดังนั้นคุณต้องใช้มันให้คุ้มที่สุด ทำไมต้องไปกังวลเรื่องความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยล่ะจริงไหม

ทำในสิ่งที่คุณคิดและตั้งใจไว้เถอะ เพราะหลังจากที่คุณประสบความสำเร็จ

คุณก็อาจจะไม่ได้เห็นคนเหล่านี้มาพูดพึมพำให้ฟังอีกต่อไปแล้วก็ได้นะ

5. ความคิดของผู้คนเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ

คนเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา นักปรัชญาและนักทฤษฎีบางคนเสนอว่า คนเราอยู่ในสภาวะที่เปลี่ยนแปลงอย่ างต่อเนื่องตลอด

เวลา จนไม่สามารถมี ‘ตัวตน’ ที่เฉพาะเจาะจงหรือ ต า ย ตัวได้ ดังนั้น ความคิดและมุมมองของคนจึงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

นั่นหมายความว่าแม้ว่าตอนนี้บางคนจะไม่ชอบคุณ แต่ไม่นานพวกเขา

ก็อาจจะเปลี่ยนความคิดไปก็ได้ เพราะงั้นความคิดของคนอื่นถึงไม่ค่อยสำคัญเท่ากับความคิดที่แน่วแน่ของคุณยังไงล่ะ

6. ผลลัพธ์เกิดกับตัวคุณ ไม่ใช่คนอื่น

คุณเป็นคนที่ต้องรับผลจากการกระทำและการตัดสินใจของตัวเอง ตัวอย่ างเช่น ถ้ามีคนแนะนำให้คุณซื้อหุ้น

แต่แล้วหุ้นดันตกจนคุณขาดทุนมหาศาล คุณนี่แหละที่ต้องอยู่กับความเสียดาย ไม่ใช่ใครอื่น

จงจำไว้ว่าเมื่อมีคนแนะนำหรือสั่งอะไรคุณ ไม่ใช่พวกเขาหรอกที่ต้องแบกรับความเสี่ยง แต่เป็นคุณเองต่างหาก

7. การกังวลสิ่งที่คนอื่นคิด จะทำให้คุณล้มเลิกการทำตามความฝันของคุณ

หากคุณเป็นกังวลอยู่ตลอดเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิด คุณจะไม่มีทางที่จะไปถึงที่ที่คุณฝันไว้ได้เลย

บางครั้งคุณก็ต้องทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นด้วย หรือต้องเอาชื่อเสี่ยงของตนไปเสี่ยง เพื่อจะได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ

8. สิ่งที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจจะไม่ใช่สำหรับตัวคุณก็ได้

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าความคิดเห็นของคนเรามักจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำนั่นแหละ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่นก็อาจเป็นสิ่งที่แย่

ที่สุดสำหรับคุณ และสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าก็อาจเป็นสิ่งมีค่า สำหรับอีกคนได้

เราทุกคนล้วนมีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงมีแค่เราเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเราที่สุด

9. พวกเขาไม่รู้หรอกว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณ

คุณเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเอง และได้เรียนรู้จากทางที่เลือกเอง

การเรียนรู้อย่ างแท้จริง คือการตัดสินใจทุกอย่ างด้วยตัวคุณเองและพร้อมจะรับผิดชอบอย่ างเต็มที่ต่อผลที่ตามมา

ถ้าล้มเหลว อย่ างน้อยคุณก็ได้เรียนรู้และยอมรับมันได้อย่ างเต็มปากเต็มคำ แทนที่จะไปโทษคนอื่นว่าเป็นเพราะใคร

10. ชีวิตเป็นของคุณ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคนอื่น

คนอื่นมีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ และคุณเองก็เช่นเดียวกัน

ความคิดเห็นคนอื่นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนหรือคุณค่าในตัวคุณได้

เว้นแต่ว่าคุณจะยอมให้พวกเขาทำ และท้ายที่สุดแล้ว คุณก็เป็นคนเดียวเท่านั้นที่ต้องเลือกเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเอง

ความคิดของคนอื่นๆ อาจกลายเป็นภาระต่อคุณได้ เมื่อคุณหมกมุ่นกับมันจนเกินไป ซึ่งคุณอาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าตัวเองคิดอย่ างไร

ดังนั้น การได้ปลดปล่อยตัวเองจากความคิดคนอื่นนี่แหละที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาฝึกฝนมากสักหน่อย แต่หากเมื่อไหร่ที่คุณทำได้สำเร็จล่ะก็

คุณจะได้เห็นโลกในมุมใหม่ ได้ค้นพบตัวตนของตัวเอง และเป็นอิสระอย่ างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยล่ะ

ที่มา : sumrej

Back To Top