อย่าไปทน 5 วิธีรับมือกับคนที่ “ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว”

thumbnail


ในชีวิตคนเราที่ต้องอยู่ร่วมกับใครสักคน ต้องมีสักครั้งที่บางทีความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือ ถูกใครอีกคนก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของเราบ้างไม่มากก็น้อย

ไม่ว่าจะเป็นเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน ความชื่นชอบ หรือเรื่องใหญ่ๆ อย่างไลฟ์สไตล์ ยิ่งถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่มีความผูกพันกับเราทางสายเลือดโดยตรงปัญหาเหล่านี้อาจจะยิ่งทวีความวายป่วงมากกว่าเก่าเป็นเท่าตัว

ไม่ว่าจะเพราะความเป็นห่วงจนเกินเหตุ หรือความอยากแกล้ง อยากกวนเพราะสนิทกันมากจนแทบไม่มีพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้กันและกันสักเท่าไร บางคนอาจโต้กลับได้ แต่อีกฝ่ายยังไม่เลิกพฤติก ร ร มนั้น

หรือบางคนอาจเก็บไว้ในใจเงียบๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาอยู่ร่วมกันต่อไป แต่ต้องยอมรับว่าเจอแบบนี้หนักเข้า ก็ชักจะทนไม่ไหวขึ้นมาเหมือนกัน !

ความจริงแล้วปัญหาการถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวโดยคนใกล้ตัวแบบนี้ มีวิธีแก้ไขง่ายๆ นิดเดียวแต่เรา (ผู้ถูกกระทำ) อาจจะต้องเป็นฝ่ายเปิดเกมก่อนเท่านั้น

1.ส่งสัญญาณเตือน

อาจเริ่มด้วยการสะกิดเบาๆ เช่น ขมวดคิ้ว ทำหน้านิ่งใส่ไป สำหรับคนใกล้ตัวประเภทที่ความรู้สึกไวสักหน่อย เขาอาจจะเริ่มรู้ตัวว่าเขากำลังก้าวขาเข้ามาในเขตส่วนตัวเรามากไปแล้วนะ และหยุดพฤติก ร ร มเหล่านั้นไปเอง

แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ ยังดันทุรังยุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเราต่อไปก็ส่งสัญญาณตรงๆ ด้วยคำพูด ณ จุดเกิดเหตุไปเลยว่าขอให้เขาหยุดทำเรื่องเหล่านี้ซะ เขาอาจจะตกใจกับท่าทางของเราบ้าง แต่เรื่องแบบนี้เราเองก็ไม่ควรเก็บเอาไว้หนักอก ยิ่งเคลียร์กันเร็วเท่าไร ยิ่งดีต่อความสัมพันธ์ในระยะย าวของเราและเขา

2.ตั้งกฏการอยู่ร่วมกัน

ไม่ต้องจริงจังถึงขั้นร่างสัญญา แต่ในเมื่อต้องอยู่ร่วมบ้านกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ควรมีกฏกติกาและมารย าทบ้าง คุณอาจหาวันว่างๆ โอกาสดีๆ ตอนเช้าที่อารมณ์ของคุณและเขายังแจ่มใสพร้อมเปิดรับและรับฟังอยู่ นั่ง list กฏเป็นข้อๆ

ให้เขาฟัง พร้อมบอกเหตุผลในใจไปด้วยว่าทำไมต้องตั้งกฏแบบนี้ แย็บเสริมไปอีกคำก็ดี ว่าถ้าเขาเป็นฝ่ายมาโดนแบบคุณบ้าง เขาจะโอเคมั้ย ? ในเมื่อคุณและเขาสนิทกันมาก กฏเล็กๆ น้อยๆ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่ างสงบสุขแค่นี้ทำไมเขาจะทำร่วมกับคุณไม่ได้

3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

จากเดิมที่เคยเป็นฝ่ายยอม เป็นฝ่ายเงียบ จะด้วยความเกรงใจ ความปลงหรืออะไรก็แล้วแต่ คุณจะยอมให้เขาทำแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะสุดท้ายมันจะกลายเป็นความเคยชิน และญาติสนิทของเราคนนี้อาจหลงคิดไปว่า

สิ่งที่เขาทำมันเป็นเรื่องปกติ มันดีอยู่แล้ว เปล่าเลย อย่ าปล่อยให้เขาหลงผิดอีกต่อไป ! คุณต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติ เริ่มด้วยเลิกยอม เลิกเงียบ เอาให้เขารู้ไปเลยว่าคุณไม่พอใจกับพฤติก ร ร มของเขาอยู่ เริ่มต้นละลายพฤติก ร ร มล้ำเส้นของเขาด้วยการปรับพฤติก ร ร มของเราให้เขารู้ซะเลย

4.เปิดอกนั่งคุยกัน

แน่นอนในเมื่อเขาไม่ใช่คนอื่นคนไกล แถมยังชอบเข้ามาวุ่นวายในชีวิตเราทุกที่ทุกเวลาที่มีโอกาสก็จับมานั่งคุยเปิดอกกันไปเลยดีกว่า คุณมีสิทธิ์จะบอกเขาว่าสิ่งที่เขาทำกำลังละเมิดความเป็นส่วนตัวในชีวิตคุณอยู่

และคุณไม่สบายใจเลยที่ต้องเจอแบบนี้บ่อยๆ ตอนที่พูดแนะนำให้ทำหน้าจริงจังที่สุดในชีวิตด้วย เขาจะได้ไม่คิดว่าคุณกำลังเล่นๆ อยู่ สนิทใกล้ชิดกันแค่ไหนก็ควรมีลิมิตบ้าง จริงมั้ย ?

5.ยึดคติใจเขาใจเรา

ในเมื่อเป็นญาติพี่น้อง เป็นคนใกล้ชิดที่ต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนาน คุณต้องงัดคตินี้ขึ้นมาใช้กับเขาแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ปัญหานี้จะลุกลามต่อเนื่องจนถึงขั้นแตกหักกันในอนาคต คุณไม่อยากให้เป็นแบบนั้นใช่มั้ย

แน่นอนว่าเขาก็คงไม่อยาก คุณควรเริ่มด้วยการพูดถึงสิ่งที่เขาทำ อธิบายว่ามันส่งผลเสียต่อชีวิตของคุณอย่ างไร แล้วลองยกตัวอย่ างกรณีของเขา โดยสลับเหตุการณ์ให้เขาเป็นฝ่ายโดนกระทำเองบ้าง แบบนี้เขารับได้มั้ย

ที่มา : goodlifeupdate

Back To Top