อนาคตจะดี อยู่ที่การวางแผนเรื่องเงิน ลองคิดแบบนี้..ดีแน่นอน


สำหรับเหล่าวัยรุ่น ที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ หลายคนมีความคิดที่จะสร้างรากฐานที่ดีให้ชีวิต

แน่นอนว่าการสร้างรากฐานที่มั่นคงในชีวิตไม่มีทางลัดยิ่งเริ่มเร็วแค่ไหนยิ่งได้เปรียบ

และมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วกว่า แต่ก่อนที่จะไปได้ถึงจุดนั้นการวางแผนทางด้านการเงินที่ดีเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ซึ่งการวางแผนที่นี่แหละจะเป็นตัวช่วยให้เรามีกฏระเบียบในการเก็บออมเงิน และเริ่มเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้น

การวางแผนทางการเงินไม่ใช่ทางลัด แต่จะเป็นตัวช่วยในการลดระยะเวลาในการเก็บออมเงิน

เพื่อให้คุณเป็นวัยรุ่นสร้างตัวที่ประสบความสำเร็จและช่วยลดข้อผิดพลาดได้

1.หารายได้ช่องทางอื่นบ้าง

ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นที่นิยมและคนไทยในปัจจุบันนิยมซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่แล้ว

การสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งย ากและใช้ต้นทุนต่ำกว่ายุคก่อนๆ

เชื่อว่าวัยรุ่นยุคใหม่ทุกคนต่างคุ้นเคยกับสื่อออนไลน์เป็นอย่ างดี ซึ่งช่องทางนี้แหละครับที่จะเป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำได้

บางคนสามารถหารายได้จาก ก า ร ซื้ อ ข า ย ของออนไลน์ได้รายได้เท่ากับเงินเดือนประจำหรือมากกว่าได้เลยทีเดียว

รวมถึงสามารถรับงานฟรีแลนซ์เพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกช่องทางหนึ่งเช่น งานกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ฟรีแลนซ์ งานเขียนฟรีแลนซ์ ฯลฯ

2.แบ่งเงินไว้เก็บ

การวางแผนการเงินเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นนี้คือพื้นฐานในการเก็บออมเงินคือการวางแผนรายรับ

รายจ่ายให้ดีเชื่อว่าหลายคนอาจมองข้ามการทำบัญชีรายจ่ายส่วนตัวเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราระมัดระวังการใช้จ่ายได้มากขึ้น

ยกตัวอย่ างเช่น ได้เงินเดือนมาอันดับแรกก็ทำการแยกบางส่วนไปไว้ในบัญชีเงินออม

อาจจะแบ่งมาประมาณ 15-20% ของรายได้ แล้วส่วนที่เหลือก็คือส่วนที่ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือกำหนดค่าใช้จ่ายต่อวันว่าวันนึงจะใช้จ่ายเท่าไหร่ เป็นต้น

3.ออมเงินไว้เผื่อ ฉุ ก เ ฉิ น

เป็นเงินออมที่เก็บแยกออกมาจากข้อแรก นั่นก็คือเงินออมไว้เพื่อย าม ฉุ ก เ ฉิ น เชื่อว่าหลายคนอาจมองข้ามการเก็บเงินไว้สำหรับใช้ในย าม ฉุ ก เ ฉิ น

ควรเก็บเงินไว้เพื่อใช้ในส่วนนี้ประมาณ 5-10% จากรายได้ทั้งหมด

การมีเงินในส่วนนี้จะช่วยให้อุ่นใจเมื่อมีเหตุ ฉุ ก เ ฉิ น เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่า รั ก ษ า พ า บ า ล

รวมถึงสำรองไว้เมื่อต้องโยกย้ายงาน ฯลฯ เก็บเงินส่วนนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เวลามีเหตุ ฉุ ก เ ฉิ น จะได้ไม่เดือดร้อนไปถึงเงินออมของเรา

4.กำหนดรายจ่าย

ค่าใช้จ่ายรายเดือนทั้งหลายก็ต้องลิสต์ไว้ด้วย การเช็คลิสต์และแบ่งหมวดห มู่ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะช่วยให้เราระมัดระวังการใช้เงิน

และกำหนดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายใหญ่ๆ แบ่งตามหมวดได้ดังนี้

ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบัตรเครดิต ฯลฯ

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

5.เงินออม

การที่เราลิสต์ค่าใช้จ่ายอย่ างละเอียดนี้ถือเป็นการวางแผนทางการเงินเบื้องต้นที่นำไปใช้ได้จริงและช่วยลดปัญหาทางการเงินต่างๆ

ที่อาจตามมาได้เยอะเลยทีเดียว ทั้งนี้หนี้สินในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน

6.วางแผนการใช้เงิน

ก่อนจะวางเป้าหมายการใช้เงินเพื่อสร้างรากฐาน ควรวางลำดับเป้าหมายและกำหนดระยะเวลา

ในการใช้เงินก่อนโดยการวางแผนการใช้เงินด้วยช่วงอายุว่าช่วงอายุเท่าไหร่มีเป้าหมายจะมีอะไรเป็นของตัวเอง

เช่นช่วงอายุ 25 ปีเริ่มดาวน์รถในราคา 1 แสนบาท เป็นต้น ซึ่งการกำหนดเป้าหมายเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรกดดันตัวเองมากเกินไป

โดยเป้าหมายของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น

บ้าน , คอนโด การดาวน์บ้านหรือคอนโดควรมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง โดยปกติแล้วควรมีสำรองไว้ประมาณ 15-20%

ซึ่งการเลือกบ้านหรือคอนโดสักแห่งไม่ควรเลือกที่เกินกำลังผ่อนต่อเดือน

โดยปกติแล้วการผ่อนต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ในแต่ละเดือน รถ ปกติแล้วต้องมีเงินดาวน์ไม่ต่ำกว่า 20% ของราคารถ

และควรคำนึงถึงราคาที่ผ่อนรายเดือนด้วย ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน การจะผ่อนที่ราคาสูงควรเช็คสภาพการเงินของตนเองให้ดี และไม่ควรเลือกราคาเกินตัว

สร้างครอบครัว ควรเก็บเงินก้อนสำหรับการสร้างครอบครัวโดยเฉพาะ เพราะการจัดงานแต่งงานสักครั้งอาจจะใช้เงินสูงถึงหลักแสนเลยทีเดียว รวมทั้งควรเตรียมความพร้อมทั้งค่าคอด ค่าเลี้ยงดู ควรมีรายได้สม่ำเสมอ

ล ง ทุ น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่จะช่วยให้เงินงอกเงยและสามารถสร้างความมั่นคงได้เลยทีเดียว เริ่มลงทุนง่ายๆ ด้วยการเก็บเงิน 10-15% จากรายได้ทั้งหมดต่อเดือนเพื่อนำมาต่อยอด ล ง ทุ น ซึ่งการลงทุนแต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไปควรเช็คความพร้อมของตัวเองให้ดี

การวางแผนการใช้เงินสำหรับวัยรุ่นนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจในทุกวันนี้แล้วยิ่งต้องวางแผนให้ดี ซึ่งการวางแผนการเงินนี้จะช่วยให้เราเห็นเป้าหมาย ระมัดระวังการใช้เงิน และกำหนดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

ที่มา : livinginsider

Back To Top