วิธีฝึกใจให้กว้าง เมื่อต้องอยู่กับ “คนเห็นแก่ตัว”

thumbnail


พระพุทธเจ้าตรัสว่า พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พูดง่ายๆ ท่านให้มองว่า

ถ้าคนเห็นแก่ตัวมีคนหนึ่งอยู่แล้ว ก็อย่ าไปเพิ่มคนเห็นแก่ตัวขึ้นมาอีกคนเลย

ขอให้เอาความไม่เห็นแก่ตัวไปปราบคนเห็นแก่ตัวกันเถอะ

แต่ฟังเช่นนี้ ความคิดแรกที่จะผ่านเข้ามาในหัวของคนทั่วไป คือ เรื่องอะไร ทำดีกับคนชั่ว มันก็ยิ่งได้ใจ

ทำชั่วหนักเข้าไปใหญ่น่ะสิ ไม่มีทางสร้างสำนึกในคนไร้สำนึกหรอก ที่ถูกต้องมองว่าทำอย่ างไรจะแก้เผ็ดให้รู้สำนึก

และเอาชนะคนเลวด้วยการสั่งสอนให้หลาบจำ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่ปล่อยคนชั่วให้ลอยนวลต่างหาก

แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณต้องอยู่กับคนเห็นแก่ตัว แล้วโต้ตอบด้วยวิธีรุนแรง หรือคิดสั่งสอนให้หลาบจำด้วยคำด่าทอหรือการลงโทษ

หนักๆ สิ่งที่ได้กันจริงๆ คือ สมรภูมิ ไม่ใช่สวนดอกไม้เป็นแน่เราจึงอาจต้องหันกลับไปพินิจนโยบายอยู่กับคนเห็นแก่ตัวของ

พระพุทธเจ้ากันใหม่ ชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ ชนะคนไม่ดีด้วยความดี

เพื่อให้คนเห็นแก่ตัวใจอ่อน นึกอย ากดีตาม คุณต้องนึกถึงคำสองคำ คือ

– รู้จักให้ ในจังหวะที่พอดี –

– ดีในแบบที่ได้ใจ –

เพื่อจะ ให้ในจังหวะที่พอดี คุณต้องให้ในแบบที่เขาเห็นค่า ไม่ใช่มีเท่าไหร่ให้หมด ให้ทุกครั้ง

จนเขานึกว่าเราเกิดมามีหน้าที่ต้องให้เขา ซึ่งแบบนั้นจะโดนมองว่า ‘โ ง่ดี’ มากกว่า ‘ใจดี’

วิธีให้แบบพอดี คือ ให้เมื่อเขาเดือดร้อน และให้แบบที่เขาต้องมีส่วนช่วยเหลือตัวเองด้วย

ให้แบบที่เขาเห็นว่าเราร่วมแรงร่วมใจเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา

ไม่ทิ้งเขาไปไหน แล้วเขาจะจดจำภาพกับความรู้สึกร่วมแรงร่วมใจ

ไม่ใช่จดจำว่าเราทำอะไรงกๆให้เสร็จสรรพ ราวกับเป็นข้าทาสบริวาร หรือลูกหนี้ที่ถึงเวลาชดใช้

ขอให้นึกถึงพ่อแม่ที่ให้ลูกทุกอย่ าง ทำเพื่อลูก เหนื่อยเพื่อลูกทุกอย่ าง กระทั่งลูกจำว่าพ่อแม่เหมือนคนใช้

เกิดความรู้สึกขึ้นมาเองว่า ชีวิตก็อย่ างนี้มั้ง อย ากทำให้เราเกิดมา ก็ต้องทำให้เราทุกอย่ าง

นับว่าสมควรแก่เหตุแล้ว นี่เรียกว่าพ่อแม่เลี้ยงให้ลูกสำคัญตัวผิด คิดในทิศทางที่เป็นบาปอกุศลต่อตนเองไปทั้งชาติ

และเพื่อจะ ดีใจแบบได้ใจ คุณต้อง ดีในแบบที่เขารู้ว่าเราตั้งใจเสียสละ ดีแบบไม่กะถอนทุน

ดีแบบที่เราเป็นของเราอย่ างนี้อยู่จริงๆ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจทางความสุขให้กับเขา แล้วอย ากถือเอาเป็นแบบอย่ างบ้าง

ขอให้ทราบว่ามนุษย์เราชอบความสุขอันเกิดจากการเสียสละ เพราะความรู้สึกอันเกิดจากการเสียสละ

คือการถอดเกราะหนักๆแห่งความตระหนี่ออกจากใจ ถอดได้แล้วเบาสบายดี

เสียแต่ว่าไม่ค่อยมีแบบอย่ างดีๆเป็นแรงบันดาลใจ มีแต่ต้นแบบแย่ๆให้ขาดศรัทธากัน

ขอให้นึกถึงพี่ตูนที่วิ่งย าวเพื่อระดมความสุขร่วมกันจากคนทั้งประเทศ

ถ้าพี่ตูนไม่เปิดโอกาสให้คนทั้งประเทศได้ร่วมสละทรัพย์สินตามกำลังไปด้วย

บอกแค่ว่านี่เป็นความสุขส่วนตัวของผม ผมวิ่ง ผมเจ๋ง ผมเก่ง

คนอื่นไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับความเก่งของผม วิ่งเสร็จผมจะบริจาคเงินเป็นร้อยๆล้านของผมเองให้กับโรงพย าบาล

ได้ยินอย่ างนี้ เราๆท่านๆจะรู้สึกแตกต่างไปขนาดไหน?

แล้วความดีที่โดนใจคนเห็นแก่ตัว ก็ไม่ใช่หมายถึงการเอาแต่ อภัย อภัย อภัย ไม่ว่าคนเห็นแก่ตัวจะทำอะไรเ ล วๆ

ใส่ตนแค่ไหน แต่หมายถึงเป็นตัวอย่ างความดีที่มีอยู่จริง และช่วยกระตุ้นให้รู้สึกขึ้นมาจริงๆว่า

คนดีไม่ใช่คนที่ใจอ่อน ยอมโ ง่เสียเปรียบ แต่คนดี คือคนที่ีมีความสง่างาม

ด้วยสติที่เข้มแข็งพอจะไม่ทำโลกที่ร้ า ยอยู่แล้วให้ร้ า ยขึ้นไปอีก

ตัวอย่ างเช่น เขาทำผิดมา เราฟ้องร้อง พอเขาขออภัยจากใจ เราก็ถอนฟ้อง

ไม่เอาเรื่อง อย่ างนี้เขาจะมองว่า เราเอาคืนได้ แต่ไม่ทำ เป็นต้นแต่ถ้าต้องอยู่กับคนเห็นแก่ตัว

ใกล้ชิดติดกันขนาดที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่กับหลุมดำ ดูดแสงบุญแสงกุศลออกไปจากตัวคุณได้จนเกลี้ยง

อย่ างนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำทันที ไม่ใช่เป็นการพย าย ามหาทางเปลี่ยนแปลงเขา

แต่ต้องหาวิธีอยู่กับเขา โดยไม่สูญเสียความเป็นเรา ซึ่งก็นี่แหละ ลองย้อนกลับไปอ่ า นพระพุทธพจน์อีกครั้ง

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี เขาร้ า ยมาอย่ างไร

เราดีไปเป็นตรงข้ามกับอย่างนั้น แม้คุณไม่อาจเปลี่ยนเขา อย่างน้อยหลุมดำก็จะไม่ดูดคุณหายเข้าไปกับเขาด้วย

Back To Top