ฝึกอยู่กับทุกข์อย่างไร ไม่ให้ใจเป็นทุกข์ (อ่านแล้วดีมาก)

thumbnail


ทุกวันนี้ผู้คนมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น ความรู้และเทคโนโลยีนานาชนิดทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงความทุกข์ได้มากมาย

ร้อนก็เปิดแอร์ อาบน้ำก็ไม่ต้องกลัวหนาวเพราะมีเครื่องทำน้ำอุ่น ไปไหนมาไหนก็ไม่เหนื่อยเพราะมีรถยนต์และเครื่องบิน ฯลฯ

แต่ถึงแม้จะมีความสามารถในการพาตัวให้ไกลจากความทุกข์ได้มากมายเพียงใด ความจริงอย่ างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ

มีความทุกข์หลายอย่ างที่เราไม่อาจหนีพ้นได้

ร่ำรวยเพียงใดก็ยังต้องเจอกับความพลัดพรากสูญเสียยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ต้องพบกับความไม่สมหวัง เก่งเพียงใดก็ต้องประสบกับความล้มเหลว ที่แน่ ๆ

ก็คือ ไม่มีใครหนีพ้นความแก่ชรา ความเจ็บ ป่ ว ย และความต า ย ไปได้

คนเป็นอันมากเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นกับตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญ ตี โ พ ย ตี พ า ย หรือ วิ ต ก กังวล

จน เ ค รี ย ดหนัก หรือถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ กลายเป็นการเอาความทุกข์มาซ้ำเติมตนเองให้หนักกว่าเดิม

แทนที่จะเสียแต่เงิน ใจก็พลอยเสียไปด้วย แทนที่จะ ป่ ว ยกายอย่ างเดียว ใจก็ ป่ ว ยด้วย พูดอีกอย่ าง

แทนที่จะเจอธนูดอกเดียวกลับเจอถึงสองดอก ธนูดอกแรกนั้นอาจมาจากคนอื่นหรือสิ่งนอกตัว แต่ธนูดอกที่สองนั้นเกิดจากน้ำมือของเราเอง

ร้ า ยกว่านั้นก็คือ ธนูดอกที่สองมักก่อความทุกข์ที่รุนแรงหนักหนากว่าธนูดอกแรกเสียอีก

หญิงสูงวัยผู้หนึ่งไปหา ห ม อ ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่รู้ว่าตนเองเป็น โ ร ค อะไร วันหนึ่ง ห ม อ ก็เรียกเธอไปพบแล้วบอกว่า

“ป้าเป็น ม ะ เ ร็ ง ตั บนะ อยู่ได้ไม่เกินสามเดือน” เธอตกใจมาก นับแต่นั้นมาก็เศร้าซึมหมดอาลัยต า ย อย าก

ไม่พูดไม่คุยกับใคร ผ่านไปได้แค่ 12 วัน เธอก็เ สี ย ชี วิ ต ก้อน ม ะ เ ร็ งนั้นแม้จะ บั่ น ท อ น ร่างกายของเธอ

แต่ก็ไม่ ร้ า ยแรงเท่ากับใจที่ตื่นตระหนก และ วิ ต ก กังวล นั่นเป็นเพราะเธอไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

แต่พย าย ามปฏิเสธต่อต้านตลอดเวลา ใจที่ดิ้นรนขั ด ขื น นั้นสามารถตั ด ร อ น ชีวิตของเธอได้เร็วยิ่งกว่าก้อน ม ะ เ ร็ งเสียอีก

จะว่าไปแล้ว ความทุกข์ของคนสมัยนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากใจที่ปฏิเสธต่อต้านความจริงที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าอะไรอื่น

ดังนั้นแม้แต่เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น รถติด ก็ทำให้ผู้คนขึ้งเคียดหงุดหงิดอย่ างหนักทั้ง ๆ ที่ เ ค รี ย ด

หรือกังวลเท่าใดก็ไม่ช่วยให้รถเคลื่อนได้เร็วขึ้น มีแต่จะทำให้เป็นทุกข์มากขึ้น

อะไรเกิดขึ้นกับเราก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเรารู้สึกกับมันอย่ างไร

มีสิ่ง ร้ า ยเกิดขึ้นกับเราก็ไม่ทำให้เราทุกข์มากเท่ากับใจที่ปฏิเสธต่อต้านสิ่งนั้น

พูดอีกอย่ าง ยิ่งเราปฏิเสธต่อต้านสิ่งใด

ความทุกข์ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเจอสิ่งนั้น ก า ร วิ จั ยพบว่า คนที่กลัว เ ข็ ม ฉี ด ย า นั้น เมื่อถูก เ ข็ ม แ ท ง จะรู้สึก ป ว ดมากกว่า

คนที่วางเฉยต่อ เ ข็ มนั้นถึงสามเท่า คงไม่ผิดหากจะกล่าวว่าใจที่ปฏิเสธต่อต้านความทุกข์ย่อมทำให้ความทุกข์นั้นทบทวีหรือตรีคูณ

ในทางตรงข้าม ทันทีที่เราหยุดต่อต้านขั ด ขื น ยอมรับเหตุ ร้ า ยที่เกิดขึ้น ความทุกข์จะลดลงไปมาก คนที่ยอมรับความจริงได้ว่าตนเองเป็น ม ะ เ ร็ ง

ไม่ต่อต้านขั ด ขื น หรือคร่ำครวญ ตี โ พ ย ตี พ า ย อีกต่อไป

จะพบว่ามีแต่กายเท่านั้นที่ทุกข์ แต่ใจไม่ทุกข์ด้วย เป็นธรรมดาของคนเราเมื่อเจอ ภั ย คุ ก ค า มหรือสิ่งที่ไม่ชอบ

ย่อมมีปฏิกิริย าในทางใดทางหนึ่งเสมอ คือถ้าไม่หนีก็ต่อสู้ แม้ตัวจะหนีไม่พ้น

แต่ใจก็ยังดิ้นรนขั ด ขื น หรือต่อสู้ ซึ่งก็ยิ่งทำให้เป็นทุกข์มากขึ้น แต่หากเรามีสติรู้ทันใจที่ดิ้นรนขั ด ขื น มันก็จะค่อย ๆ

สงบลงไม่ว่าการดิ้นรนขั ด ขื น นั้นจะแสดงออกมาในรูปของความกลัว ความ วิ ต ก กังวล ความโกรธแค้น ความน้อยเนื้อต่ำใจ

ก็สามารถสงบลงได้เมื่อมีสติหรือรู้ตัว ในทางตรงข้าม การกดข่มหรือพย าย ามกำจัดมันกลับทำให้มันดำรงคงอยู่ต่อไป

แม้ดูเหมือนจะหายไป แต่แท้จริงมันกลับหลบซ่อน และพร้อมจะปรากฏตัวอีกด้วยอาการที่รุนแรงกว่าเดิม

หากมีอะไรมากระทบหรือสะกิดใจเรา จะว่าไปก็คงไม่ต่างจากการเกาให้หายคันเวลาถูก ยุ ง กั ด หรือเป็น ล ม พิ ษ

แทนที่ความคันจะหายไป มันกลับเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกาหนักขึ้น กลายเป็นว่ายิ่งเกาก็ยิ่งคัน การอยู่เฉย ๆ รับรู้ความคันที่เกิดขึ้นกับกาย

และรู้ทันใจที่ดิ้นรนกระสับกระส่าย กลับช่วยให้ความทุกข์ทุเลาเบาบางลง

การยอมรับความจริงมิได้หมายถึงการยอมจำนนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ที่จริงแล้วมันกลับช่วยให้เราสามารถรับมือกับเหตุ ร้ า ยได้ดีขึ้น

คนที่ยอมรับความเจ็บ ป่ ว ยได้ นอกจากใจจะทุกข์น้อยลงแล้ว

ยังมีเวลาใคร่ครวญหาทางเยียวย ารักษา สามารถใช้สติปัญญาอย่ างเต็มที่ ไม่ถูกรบกวนด้วยอารมณ์ต่าง ๆ

ผิดกับคนที่ไม่ยอมรับความจริง จะมัวแต่ ตี โ พ ย ตี พ า ย คร่ำครวญ วิ ต ก กังวล จนไม่เป็นอันทำอะไร สิ่งที่ควรทำจึงไม่ได้ทำ ปัญหาที่ควรแก้จึงไม่ได้แก้

ลองถามตัวเองว่าแต่ละวันเราเสียเวลาและพลังงานไปกับการคร่ำครวญหรือ วิ ต ก กังวลมากมายเพียงใด บางเรื่องเกิดขึ้นนานแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้

ป่ ว ยการที่จะนึกถึง ขณะที่บางเรื่องก็ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่เรากลับ ตี โ พ ย ตี พ า ย ไปล่วงหน้าแล้ว

แม้แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ก็เถอะ ลองตั้งสติและมองให้รอบด้านอาจพบว่ามันไม่ใช่เรื่องเ ล ว ร้ า ยหนักหนาเลย

เป็นแต่ไม่ตรงกับความคาดหวังของเราเท่านั้น

ลองปล่อยวางความคาดหวังนั้น ก็จะพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เหลือบ่ากว่าแรง

อีกทั้งอาจมีแง่ดีบางอย่ างที่ไม่เคยนึกมาก่อนก็ได้ ที่สำคัญก็คือ อย่ ามัวจดจ่อปักใจอยู่กับสิ่งแย่ ๆ

ที่เกิดขึ้น จนลืมว่าชีวิตนี้ยังมีสิ่งดี ๆ อีกมากมายที่รอการชื่นชมจากเรา

ความทุกข์บางอย่ างเราหนีไม่พ้นก็จริง แต่หากเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้เป็น ใจก็ไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป

ที่มา : นิตยสาร Secret

Back To Top