10 เคล็ดลับทำให้ผู้ชายใจอ่อน เผลอรักเราได้ง่ายๆ

thumbnail


หลายคนคงสังเกตอาการของผู้ชายออก เวลาที่เขาหน้าแดงก็เพราะเขินอาย แต่จริงๆ แล้วคือเขากำลังตกหลุมรักคุณอยู่ต่างหากล่ะ

นั่นเป็นเพราะพฤติก ร ร มบางอย่ างที่คุณทำ มันส่งผลให้หัวใจเขาเต้นแรง

และผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักจะหลงรักผู้หญิงที่ทำให้ใจเขาหวั่นไหวซะด้วยสิ

ซึ่งจะมีพฤติก ร ร มใดของสาวๆ ที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบตกหลุมรักนั้น ตาม

ไปเก็บข้อมูลกันดีกว่า เผื่อว่าจะเอาไปลองใช้แล้วเขาจะได้หลงคุณหนักมากกว่าเดิม

1. พูดชมเขาบ่อยๆ

ด้วยความจริงใจ และแอบหยอดคำหวานตบท้ายประโยคเสมอ เพราะผู้ช่วยหลายคนชอบผู้หญิงขี้อ้อน เอาใจเก่ง

2. รอยยิ้มหวานๆ

ทำให้หัวใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น บางครั้งที่ไม่ได้เจอหน้ากัน คุณอาจจะส่งรูปยิ้มหวานแสนสดใสไปแทนได้นะ

3. พูดว่าคุณชอบอะไรเหมือนๆ เขา

แต่ก็ไม่ได้เก่งหรือรู้ดีเท่าเขา ถือเป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิด และช่วยให้เขากล้าใกลิชิดคุณมากขึ้นด้วย

4. ยอมทำให้สิ่งที่เขาชอบได้

อย่ างเช่นการเล่นเกมด้วย หรือการนั่งดูบอลข้างๆ เขา มันทำให้ผู้ชายรู้สึกเป็นตัวเอง โดยไม่ต้องฝืนอะไรเลย

5. ให้เกียรติเขาเสมอ

ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลัง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับกลุ่มเพื่อนแล้ว

เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มีอีโก้สูง ฉะนั้นจะแพ้ทางผู้หญิงที่ฉลาดทางอารมณ์

6. ถนุถนอมเขาราวกับว่าเป็นคนในครอบครัว

ก็เพราะผู้ชายบางคนขาดความหวาน ดังนั้นหากคุณเติมเต็มให้เขาได้ ก็จะกลายเป็นว่าเขาจะหลงคุณหนักมาก

7. อยู่กับเขาแล้วคุณมีอารมณ์ขัน มนุษยสัมพันธ์ดี

ผู้หญิงแบบนี้จะชนะใจผู้ชายได้ง่ายๆ เพราะด้วยความที่เข้าถึงง่าย และเป็นกันเอง

8. ไม่ทักแชทบ่อยจนเกินไป

แต่จะทำให้ผู้ชายอย ากทักมาหาเอง เพราะถ้าคุณพิมพ์ไปหาเขาบ่อยเกินมันอาจทำให้รำคาญได้ ดังนั้นแค่ประมาณมาณจะดีที่สุด

9. เพลงแทนความรู้สึก

ใครๆ ก็ชอบฟังเพลงทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ชายหลายคนมีดนตรีในหัวใจ

หากคุณไม่รู้จะหยอดคำหวานยังไง ก็ลองส่งเพลงไปให้เขาแทน

10. แสดงความห่วงใย

เช่น ถามไถ่สารทุกข์สุบดิเขาอยู่ตลอด พูดเรื่องตัวเองให้น้อยๆ แต่พูดและถามเขาให้มากๆ มันแสดงถึงความที่คุณห่วงใยเขาได้ดี

และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่แพ้ทางผู้หญิง อาจถึงขั้นที่หลงรักก็ว่าได้ ดังนั้นหากใครไม่อย ากให้ผู้ชายมารักก็อย่ าทำเด็ดขาด

แต่ถ้าใครกำลังจะมัดใจผู้ชายสักคน 10 วิธีนี้ถือว่าเหมาะที่สุด เพราะมันจะทำให้คุณชนะใจเขาได้ไม่ย าก

ที่มา : gangbeauty

Back To Top