อยากให้ลูกได้ดี ต้องรู้จักเลี้ยงลูกให้ติดดิน ไม่ใช่เป็นลูกคุณหนู

thumbnail

 

          พ่อแม่หลายท่าน แน่นอนว่าเคยผ่านความยากลำบากมา อยู่ไม่น้อยกว่าจะมีวันนี้ คนเคยลำบากมาก่อนหลายคนพยายาม เลี้ยงลูกให้สบายที่สุด อยากได้อะไรก็ต้องได้ ต้องมีมากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อนมีกระเป๋าใหม่ต้องมีใหม่กว่าเพื่อน อยากกินอะไรก็ต้องได้กิน เลี้ยงลูกแบบเทวดา ด้วยความคิด ผิดๆ ที่ว่าไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนเราตอนเด็ก เมื่อคุณเลี้ยงลูกแบบไข่ในหินเช่นนี้ ลูกของคุณเองนั่นแหละที่จะทุกข์ใจ มากที่สุด จนตอนนี้มีโรคใหม่บัญญัติขึ้นนั่นคือ โรคไม่รู้จักความลำบาก โรคใหม่ที่เกิดขึ้นกับเด็กในปัจจุบัน

 

           โดยเกิดจากพ่อแม่ไม่สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ ไม่ได้ให้ลูก ออกไปเผชิญโลกของความจริงที่ว่า ในชีวิตคนเราจะรวยหรือจน ทุกคนก็ต้องพบกับความลำบากกันทั้งนั้น ไม่มีหรอกคนที่จะสบายไปตลอดชีวิต พ่อแม่บางคน ไม่กล้าใช้ลูก ไม่กล้าให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเอง ลูกมีหน้าที่เรียนหนังสือเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วในสังคม ปัจจุบันเรียนเก่งอย่างเดียว มันไม่เพียงพอในการดำเนินชีวิต ยกตัวอย่าง

            คุณพ่อท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยสอนให้ลูกรู้จักความลำบาก ไม่เคยห่างอกพ่อแม่เลย มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว คุณพ่อท่านนี้ส่งลูกไปเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังในเมืองหลวง

อยู่ในคอนโดหรู ค่าเช่า ค่ากิน ค่าอยู่ พ่อออกให้ทั้งหมด แม้ทางบ้าน ฐานะจะไม่ค่อยดี แต่คุณพ่อท่านนี้ ก็ยอมเพื่อไม่อยากให้ลูกลำบาก เมื่อลูกโทรมาหาครั้งใดคำแรกที่ได้ยินคือ ขอเงินเพิ่ม เงินไม่พอ ต้องทำกิจกรรม ซึ่งคุณพ่อท่านนี้ก็ส่งเงินให้อยู่ร่ำไป ลูกอยากได้ก็ซื้อให้หมด แม้แต่รถยนต์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ จนในที่สุดความจริงก็เปิดเผยว่า ที่ลูกมาขอเงินเพิ่มในทุกเดือนนั้นไม่ได้เอาไปจ่ายค่าหน่วยกิจ หรือค่ากิจกรรม ที่บอกพ่อ แต่เอาไปสำมะเลเทเมาตามผับบาร์ คนเป็นพ่อเสียใจอย่างยิ่ง ได้แต่โทษตนเองที่ ไม่เคยสอนให้ลูกรู้จัก ความลำบาก ไม่เคยสอนให้ลูกรู้จักหาเงินเอง มีอะไรก็ประเคนให้ตั้งแต่ เล็กจนโต จนบ่มเพาะนิสัยแย่ๆ หลายอย่าง

ทั้งนี้จึงขอเป็นกระบอกเสียงเตือนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายว่า แม้คุณจะรวยล้นฟ้ามาจากไหน ก็ขอให้เลี้ยงลูกแบบสมถะ เรียบง่าย และสอนให้เขาผิดหวัง ให้รู้จักความลำบากบ้าง ลูกของคุณจะได้เติบโต อย่างเข้มแข็งและเป็นกำลังที่ดี ของประเทศชาติต่อไปค่ะ

 

ที่มา :  verrysmilejung

Back To Top