หากคุณกำลังท้อแท้ ให้ลองอ่านเพื่อเป็นกำลังใจ

thumbnail


ความทุกข์ระทมขมขื่นของชีวิตมักจะเข้ามาทักทายเราในเวลาที่คาดไม่ถึงเสมอ

บางทีก็เข้ามาในช่วงที่เรากำลังมีความสุขมากๆ เช่นกัน และปัญหามากมายที่โหมกระหน่ำเข้ามานี้เองที่มักจะทำให้เกิดผลอันเ ล วร้ า ยขึ้นกับตัวเรา

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกำลังรู้สึกหดหู่กับชีวิต ผู้คนรอบข้างมักจะเอาแต่บอกว่าให้หันมามองโลกในแง่บวกบ้างล่ะ

คิดถึงแต่สิ่งดีๆ บ้างล่ะ หรือไม่ก็ให้ลองเปรียบเทียบตัวเองกับผู้ที่ด้อยกว่าบ้างล่ะ ซึ่งในความเป็นจริง

คำปลอบใจเหล่านี้นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้มากแล้ว บางครั้งก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ลงไปอีก

ปล่อยให้ตัวเองได้สัมผัสกับความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้น

นานๆ ทีการปล่อยให้ตัวเองได้รู้สึกแย่บ้างก็เป็นเรื่องที่ไม่เ ล ว ให้คุณคิดว่า อะไรก็ตามที่ทำให้ชีวิตคุณย่ำแย่นั้น

มันต้องมีเหตุผลที่แท้จริงแฝงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยอย่ างกะทันหัน

หรือการตกงานที่นำไปสู่ปัญหาทางการเงิน รวมถึงข่าวร้ า ยอื่นๆ ที่ไม่ทันตั้งตัว

แน่นอนว่าคนเราย่อมมีสิทธิ์ที่จะบ่นหรือตัดพ้อในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะการคิดในแง่ลบบ้างย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรอยู่แล้ว

ในทางตรงกันข้าม บางครั้งการคิดในแง่ลบก็ช่วยทำให้เกิดผลดีได้เช่นกัน มันสามารถช่วยให้คุณข้ามพ้นปัญหา

และนำคุณไปสู่การฟื้นฟูจิตใจตนเองและกลับไปสู่วิถีชีวิตแบบปกติสุขได้

รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเดินหน้าต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้ก็คือ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ‘การโทษตัวเอง’ กับ

‘การรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น’ ไม่ว่าความผิดพลาดทั้งหมดจะเกิดจากการตัดสินใจพลาด

หรือจะเป็นการที่ไม่สามารถควบคุมต้นเหตุของปัญหาได้ก็ตาม การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้และเรียนรู้จากมันย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

การโทษตัวเองไม่สามารถช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นได้เลย เพราะฉะนั้นเราจึงควรหันมาทำความเข้าใจกับการกระทำของตัวเองเสียใหม่

แล้วคิดทบทวนให้ดีว่า ถ้าหากคุณได้รับโอกาสเดิมเป็นครั้งที่สอง คุณจะยังคงทำสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมอยู่หรือไม่

และเมื่อได้บทเรียนจากการคิดใคร่ครวญครั้งนั้นแล้ว ก็จงลุกขึ้นแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

ทำเพื่อตัวเอง

อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ความร้ า ยแรงของสิ่งที่เกิดขึ้นเบาบางลงได้ก็คือ ต้องใจกว้างและใจดีกับตัวเองเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาแบบนี้แหละ ที่คุณควรจะตามใจตัวเองให้มาก แต่ก็ต้องอยู่ภายในขอบเขตที่เหมาะสม

ลองหยุดพักและถอยห่างจาก “การจริงจังกับชีวิต” เพื่อตั้งหลักให้มั่นและรวบรวมความคิดเสียใหม่

อาจจะลองออกไปเดินเล่นข้างนอกท่ามกลางธรรมชาติ หรือที่ไหนก็ตามที่ทำให้คุณสบายใจขึ้น

ก็เป็นวิธีง่ายๆ รูปแบบหนึ่งในการปลอบประโลมตัวเองได้

สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรเอาใจใส่กับสุขภาพกายและสุขภาพจิต ทำได้โดยการกินอาหารดีๆ ดื่มน้ำเยอะๆ

หรือออกกำลังกาย ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีคลายความซึมเศร้าตามธรรมชาติ

หรืออาจจะให้เวลากับสิ่งที่ชอบมากขึ้น ไม่ก็ใช้เวลากับเพื่อนหรือคนที่คุณรัก

ต่อมาคุณต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเองให้ได้ ย ามที่เกิดอารมณ์เศร้าหรือโกรธ

ซึ่งทางที่ดีก็คือ ระบายมันออกมาด้วยการพูดหรือการเขียน

พย าย ามปลดปล่อยสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจออกมาให้หมด อาจจะฟังเพลง เล่นดนตรี หรืออะไรก็ได้

ทั้งหมดนี้คือวิธีที่จะช่วยให้คุณได้เรียนรู้ความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเอง และสามารถนำความรู้สึกดีๆ เข้ามาทดแทนได้

เผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ให้ลองมองไปข้างหน้าเพื่อหาทางแก้ไข คอยปลอบใจตัวเองว่า สิ่งต่างๆ

ผ่านเข้ามาแล้วย่อมผ่านไปเสมอ แล้วความรู้สึกแย่ ๆ เหล่านี้ย่อมหายไปเมื่อถึงเวลาของมัน

บางครั้งสิ่งเดียวที่คุณจะทำได้ก็คือ “การรอคอย” โดยเฉพาะเมื่อกำลังรู้สึกเศร้าหรือแย่ถึงขีดสุด

ไม่ว่าจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน หรือการสูญเสียคนใกล้ชิด

การสูญเสียอะไรบางอย่ างย่อมนำไปสู่ความเศร้าโศกและใจสลาย ซึ่งการปฏิเสธความรู้สึกเหล่านี้

หรือฝังมันเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจด้วยการทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ล้วนเป็นพฤติก ร ร มที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และอาจส่งผลเสียร้ า ยแรงในระยะย าวได้

จำไว้ว่าปัญหาจะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น

ประสบการณ์จะช่วยให้คุณได้เรียนรู้และเข้มแข็งขึ้นกว่าที่เคยเป็น เราทุกคนล้วนผ่านเหตุการณ์ที่ย่ำแย่ในชีวิตกันมาบ้าง

บางคนอาจต้องเผชิญกับมันมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้เราเติบโตขึ้นได้ก็คือ

การเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งดีและร้ า ย

เมื่อคุณรู้ว่ามีเรื่องแย่ ๆ เกิดขึ้น คุณอาจจะมีความรู้สึกหดหู่ใจ แต่ประเด็นก็คือ อย่ างน้อยคนเราก็ควรมีวันที่เศร้าบ้าง

มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ บ้าง หรือรู้สึกหดหู่ใจบ้าง ขอเพียงคุณกล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกเหล่านั้นอย่ างตรงไปตรงมา

ไม่แน่ว่ามันอาจกลายมาเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในชีวิตของคุณก็ได้นะ

ที่มา : sumrej

Back To Top