การเยียวยาหัวใจ เมื่อรักต้องจากลา

thumbnail


หลายคนโศกเศร้าจนเสียการเสียงาน ชีวิตพังทลาย หลายคนเจ็บช้ำจนกลายเป็นแผลเป็นในใจ การอกหักหรือเลิกราย่อมไม่มีใครอย ากให้เกิด แต่หากเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือ เราจะสามารถเยียวย าจิตใจตัวเองได้อย่ างไร เพื่อที่แผลใจนั้นจะหายได้เร็วที่สุด และสามารถกลับไปเป็นคนเดิมอย่ างที่ตัวเราเคยเป็นได้

ระยะของการเลิกรา

ระยะนี้ผมดัดแปลงมาจากระยะของความโศกเศร้าจากการสูญเสียของ Elisabeth Kübler-Ross

ซึ่งสามารถแบ่งอาการออกได้เป็น 5 ระยะดังนี้

1 ระยะช็อก/ปฏิเสธความจริง โดยอาการแรกเมื่อเราถูกบอกเลิกหรือโดนทิ้งก็คือ ตกใจ ช็อก และไม่ยอมรับความจริง ซึ่งอาจแสดงให้เห็น เช่น พูดว่า “ไม่จริงใช่ไหม” “ล้อเล่นใช่ไหม” เป็นต้น โดยระยะนี้อาจกินเวลาเพียงไม่กี่นาที จนถึงหลายๆ วันได้ในบางคน เช่น แฟนบอกเลิกไปแล้ว แต่ยังคิดว่าเขายังเป็นแฟนเราอยู่ เป็นต้น

2 ระยะโกรธ เป็นระยะต่อมาเมื่อพ้นจากระยะช็อกแล้ว ในระยะนี้จะเกิดอารมณ์โกรธ โดยอาจจะโกรธได้ทั้งคนอื่น เช่น “เพราะแกคนเดียว” หรือโกรธตัวเอง

“ทำไมฉันถึงแย่แบบนี้นะ” “ทำไมตอนนั้นเราถึงทำอย่ างนั้น” เป็นต้น ในบางคนหากโกรธอีกฝ่ายอย่ างรุนแรงมาก อาจถึงขั้นมีความคิดอย ากไปทำร้ า ยได้

3 ระยะต่อรอง หรือที่ผมมักเรียกเองว่าระยะความหวังลมๆ แล้งๆ ระยะนี้ผู้ที่เลิกราจะต่อรองกับอะไรสักอย่ าง ไม่ว่าจะเป็นอีกฝ่าย หรือแม้กระทั่งสิ่งศักสิทธิ์ โดยหวังว่าเมื่อทำแล้วชีวิตคู่จะกลับคืนมา

เช่น “ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” “ฉันยอมทุกอย่ าง” “ขอโอกาสหน่อย” บางคนใช้วิธีบนบานกับสิ่งศักสิทธิ์ หรืออธิฐาน สวดมนต์ เพื่อให้เขากลับคืนมา ซึ่งระยะนี้มักเป็นปัญหาที่สุดที่ทำให้คนเราติดอยู่กับความเ จ็ บ ป ว ด และไม่สามารถก้าวผ่านไปได้

4 ระยะซึมเศร้า มักเกิดขึ้นตามมาเมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถต่อรองได้ และตระหนักว่าทำอย่ างไรเขาก็ไม่กลับมา ก็จะเกิดอารมณ์ซึมเศร้า เสียใจ ไม่อย ากทำอะไร ไม่อย ากเจอหน้าใคร บางคนอาจรู้สึกโทษตัวเอง รู้สึกตัวเองไร้ค่า หากเป็นมากๆ อาจถึงขั้นคิดว่าไม่อย ากมีชีวิตอยู่

5 ระยะยอมรับ เป็นระยะสุดท้าย ระยะนี้คือการที่คนๆ นั้นยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ อารมณ์จะกลับมาเป็นปกติ ไม่เศร้าอีกต่อไป

เยียวยาจิตใจให้ตัวเอง

1 ยอมรับความจริง เป็นสิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ “ยอมรับความจริง (เถอะ) ว่าเขาไม่อยู่กับเราแล้ว” และนี่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หลายคนติดไม่สามารถไปต่อในชีวิตได้

เพราะยังยึดติดอยู่กับระยะต่อรองว่า สักวันเราอาจจะได้กลับมาดีกัน ถ้าเราทำตัว (… เติมเอาเอง…) แล้วเขาจะกลับมารักเรา เดี๋ยวสักวันเขาก็จะกลับมาดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับ (ย้ำอีกที) ว่า ณ เวลานี้ เขาจากไปแล้ว และนี่คือความจริง ความคาดหวังว่าสักวันจะกลับมาคู่กันเป็นความคาดหวัง แต่ไม่ใช่ความเป็นจริงในปัจจุบัน

2 หยุดหมกมุ่นกับสิ่งที่จะทำให้ทุกข์ใจ สิ่งที่พบได้เป็นประจำคือการย้ำคิดซ้ำๆ กับเรื่องความรัก ส่วนใหญ่คำถามที่คนมักถามตัวเองตลอดคือ “ทำไม” เช่น “ทำไมเขาทำแบบนี้” “ทำไมเขาเลิกกับเรา”

“ทำไมคู่อื่นไม่เห็นเป็นแบบนี้” “ทำไมเขาพูดแบบนี้” “ฉันดีเกินไปยังไง ดีแล้วทำไมถึงเลิก (อย ากได้คนเ-ล-วหรือไง)” ฯลฯ คำถามพวกนี้ส่วนใหญ่มักหาคำตอบจริงๆ ไม่ได้ หรือรู้ไปก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร (ก็เลิกกันเหมือนเดิมอยู่ดี) เพราะคำถามพวกนี้เกิดขึ้นจากอารมณ์เป็นหลัก ไม่ใช่เกิดจากเหตุผล ดังนั้นต้องเลิกหมกมุ่นและถามตัวเองซ้ำๆ ในคำถามเหล่านี้

3 เอาสิ่งซ้ำเติมแผล(ใจ)ออกไป สิ่งใดที่เห็นแล้วช้ำใจ หรือกระตุ้นให้คิดวนเวียนแต่เรื่องเดิมๆ ก็ควรเอาออกให้หมด รูปถ่าย ของขวัญ อะไรที่จะทำให้นึกถึงก็เก็บไปให้หมด (จะทิ้งก็ได้หรือเก็บซ่อนไว้ก่อนก็ได้หากเสียดาย)

และที่สำคัญสำหรับยุคสังคมออนไลน์ ก็อย่ าลืมบล็อกหรือซ่อนเฟสบุ๊ค และอื่นๆ ด้วยนะครับ โดยพฤติก ร ร มที่ห้ามทำเลย (แต่พบได้บ่อย) คือการไปส่องเฟสบุ๊คอดีตแฟนเป็นระยะ

และพย าย ามหาทางติดต่อนิดๆ หน่อยๆ (ซึ่งหากเขาไม่ตอบก็ช้ำใจ บางทีอีกฝ่ายตอบมาแบบเป็นมารย าทเฉยๆ ก็คิดไปเองอีกว่ามีความหวัง โดยเฉพาะในคนที่อยู่ในระยะต่อรอง) สิ่งซ้ำเติมแผลใจนี่รวมถึงพวกเพลงอกหักด้วยนะครับ อกหักก็เจ็บอยู่แล้ว อย่ าไปซ้ำเติมอีกด้วยเพลงอกหัก

4 กลับไปทำสิ่งที่ต้องทำ หลายคนเมื่อเลิกกันใหม่ๆ อาจจะเสียใจจนไม่ไปเรียน ไม่ไปทำงาน ไม่ทำงานบ้าน ซึ่งอาจเป็นได้ในช่วง 1 อาทิตย์แรก แต่หลังจากนั้นให้พย าย ามกลับไปทำให้ได้เร็วที่สุด แม้จะรู้สึกว่าไม่มีอารมณ์หรือไม่อย ากไปก็ตาม แต่ให้ไป เพราะการหยุดอยู่บ้านมักไม่ช่วยอะไร ซ้ำร้ า ยเวลาที่ว่างมักจะทำให้เราคิดซ้ำๆ หนักกว่าเดิม

5 หากิจก ร ร มบันเทิงให้กับชีวิต เมื่อรักสิ้นสุด แน่นอนว่าอารมณ์ที่ครอบงำเราจะเป็นความเศร้า ดังนั้นแล้วอย่ าปล่อยให้มันครอบงำเรามากเกินไป ให้หากิจก ร ร มที่ทำแล้วมีความสุข เช่น ไปดูหนัง เที่ยวต่างจังหวัด ออกกำลังกาย หรือออกไปกินข้าวกับเพื่อนสาว เป็นต้น

6 มีที่ปรึกษาที่ดี ไม่แปลกที่ในช่วงเยียวย าจิตใจนี้ บางครั้งเราจะอย ากระบาย หรืออย ากปรึกษาบางอย่ าง ให้หาเพื่อนสักคนสองคนที่เราสามารถระบาย บ่น และสามารถให้คำปรึกษากับเราได้

หลายครั้งคนที่คิดหมกมุ่นกับความรักมักมองโลกไม่ตรงจริง หรือแม้กระทั่งหลอกตัวเอง เช่น บางคนส่งไลน์ไปแล้วเขาตอบกลับมา ก็อาจหลอกตัวเองว่า เห็นไหม เขายังมีใจ ทั้งๆ ที่เป็นเพียงการตอบธรรมดา ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนนอกมักมองเห็นตามความเป็นจริงมากกว่า

7 หยุดโทษตัวเอง เรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคน จะรักจะเลิกก็เป็นเรื่องของความเข้ากันได้ของคนสองคน การเข้ากันไม่ได้ก็คือเข้ากันไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเราเป็นฝ่ายผิดโดยสมบูรณ์ ในช่วงรักษาแผลใจนี้จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษตัวเองว่าเราแย่ หรือมันเป็นความผิดของเรา

8 ปรับตัวใหม่กับชีวิตโสด การกลับมาโสดก็เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่ างหนึ่งของชีวิต เหมือนเราเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ แรกๆ หลายคนย่อมไม่ชิน โดยเฉพาะคนที่มีคู่มานานๆ ซึ่งก็ต้องปรับตัวกันไป

เคยกินข้าวข้างนอกกับแฟนสองคนมาตลอด ก็ต้องเปลี่ยนไปกินกับเพื่อนบ้าง หรือลองไปคนเดียวบ้าง ชีวิตเคยเลิกงานแล้วก็อยู่กับแฟนตลอด ก็คงต้องเปลี่ยน เช่น ไปออกกำลังกายตอนเย็น หรือไปกับเพื่อนที่ทำงานแทน การที่เราเป็นโสดก็ต้องปรับให้ใช้ชีวิตแบบคนโสด อย่ าพย าย ามใช้ชีวิตแบบเหมือนมีคู่

9 ใจเย็นและอดทน แน่นอนว่าอกหักหรือเลิกกันไม่ได้หายใน 2-3 วันแน่ๆ โดยปกติมักใช้เวลาหลายเดือนถึงจะทำใจได้ การทำใจได้ในเวลาสั้นๆ มักเป็นการหลอกตัวเอง

หรือเก็บกดความรู้สึกไว้อย่ างมากซึ่งไม่เป็นผลดี แผลใจก็ไม่ต่างจากแผลทางกาย เวลาจะค่อยๆ เยียวย าให้แผลค่อยๆ หายดี แต่! สิ่งสำคัญคือ เราก็ต้องช่วยดูแล และไม่ซ้ำเติมบาดแผลเช่นกัน

10 พบแพทย์หากไม่ดีขึ้น บางครั้งความเศร้าโศกจากการเลิกราอาจกลายเป็นโ ร คซึมเศร้าได้ ดังนั้นหากเวลาผ่านไปหลายเดือนก็แล้วยังไม่ดีขึ้น อาการเป็นมากจนไม่เป็นอันทำอะไรติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ หรือมีความคิด-ตัวตiยซ้ำๆ ก็ควรไปพบแพทย์ การรักษาจะช่วยให้อาการดีขึ้น

การเลิกราเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอย ากให้เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงบางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องรักษาจิตใจและปรับตัวกันไป อย่ าปล่อยให้ตัวเองจมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป

แผลใจนั้นก็จะค่อยๆ จางหายไป และเราก็จะสามารถเดินต่อไปได้อย่ างมีความสุข หลายคนเมื่อมองกลับมาดูจะพบว่าสิ่งนี้เป็นเพียงแค่บทชีวิตเพียงช่วงสั้นๆ ในชีวิตของเราเท่านั้น

ที่มา : นพ.ธรรมนาถ เจริญบุญ จิตแพทย์

Back To Top