อ.เจษฎา ไขข้อข้องใจ สรุปแล้วควรใช้ ฝ่ามือ VS หน้าผาก

thumbnail


 อ.เจษฎา เผยควรใช้หน้าผากในการวัดอุณหภูมิ หลังโซเชียลแชร์ประเด็นเรื่องเครื่องวัดอุณหภูมิในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ที่ให้ใช้ฝ่ามือแทน

ภาพข่าว อ.เจษฎา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

วันที่ 8 กันยายน 2563 อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องเครื่องวัดอุณหภูมิ ที่ติดตั้งภายในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ซึ่งหลายคนกำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่ เนื่องจากพนักงานบอกให้ใช้ฝ่ามือยื่นไปวัดอุณหภูมิแทนหน้าผาก

ภาพข่าว อ.เจษฎา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

          โดย อาจารย์เจษฎา ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า “เครื่องวัดอุณหภูมิ ไม่ควรเอาไปวัดที่ฝ่ามือ” ตอนนี้มีร้านสะดวกซื้อบางแห่ง ได้ใช้วิธีเอาพวกเครื่องวัดอุณหภูมิแบบยิงแสงอินฟราเรด ซึ่งปรกติจะให้พนักงานคอยยืนวัดอุณหภูมิลูกค้าที่เข้ามาในร้าน เอามาติดตั้งแบบให้ลูกค้าเป็นคนเข้าไปสแกนเอง ประเด็นน่าคิดคือเครื่องรุ่นที่เห็นนี้ แม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิบุคคลได้ดี เพราะมีระดับความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ คือมีค่าความผิดพลาดน้อยที่สุดไม่เกิน 0.1-0.2% แต่มันเหมาะจะนำมาใช้วัดที่ฝ่ามือหรือ ?

เครื่องสแกนพวกนี้เหมาะกับการใช้วัดที่หน้าผากโดยมีการปรับค่ามาให้คำนวณอุณหภูมิที่พื้นผิวของหน้าผาก แล้วประเมินเป็นอุณหภูมิแกนกลางของตัวบุคคลได้ โดยค่าอุณหภูมิที่วัดได้นี้ ต้องคำนึงถึงอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะจะมีผลต่ออุณหภูมิที่วัดได้ เช่น ถ้าอยู่ท่ามกลางแดดร้อนมาก่อน หรือออกมาจากห้องแอร์ใหม่ ๆ จะทำให้วัดคลาดเคลื่อนเป็นสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงได้ นอกจากนี้กิจกรรมที่ทำไปก่อนการวัดก็มีผลต่ออุณหภูมิที่วัดได้เช่นกัน เช่น ถ้าวิ่งมาก่อนวัด อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะสูง ทำให้วัดอุณหภูมิสูงตามไปด้วย

        แต่เมื่อนำเอาเครื่องมาวัดอุณหภูมิในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ถูกนำมาปรับจูนการคำนวณใหม่เพื่อใช้วัดอุณหภูมิที่ฝ่ามือนั้น มีข้อน่ากังวลว่าจะเกิดความคลาดเคลื่อนในการวัดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น ถ้ามือลูกค้าถือแก้วน้ำเย็นหรือแก้วน้ำร้อนมา ก็จะมีผลให้ค่าอุณหภูมิที่วัดได้ที่พื้นผิวฝ่ามือผิดไปจากค่าอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายเป็นอย่างมาก ปรกติในทางการแพทย์แล้วก็จะไม่แนะนำให้ใช้วิธีสแกนวัดที่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่หน้าผาก

       นพ.ทวีศิลป์ เคยกล่าวว่า “มือในห้องแอร์จะเย็นกว่าปกติ ส่วนกลางหน้าผากยังอุ่นอยู่ ถ้าวัดอุณหภูมิที่ข้อมืออาจได้ตัวเลขต่ำกว่าหน้าผาก เวลาคนมีไข้ หมอจะมาแตะหน้าผาก เพราะเป็นส่วนกลางของลำตัว คงอุณหภูมิได้ดีที่สุด แต่ปลายมือเส้นเลือดเล็ก ๆ อากาศหนาว ๆ หน่อย
เส้นเลือดไม่ไปเลี้ยงที่ปลายมือ มือเราก็เย็น ถ้าใช้ข้อมือวัดจะไม่ได้เจอคนที่มีไข้เลย หรือเจอก็น้อยมาก ถ้าวัดที่หน้าผากก็จะได้อุณหภูมิใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่า”

ทั้งนี้ พูดง่าย ๆ คือเวลาที่ร่างกายของคนเรามีไข้นั้น ไม่จำเป็นว่าทุกส่วนของร่างกายจะต้องร้อนเท่ากันหมด บริเวณศีรษะ ลำตัว และแขน ขา อาจจะร้อน แต่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจจะเย็นก็ได้
        ดังนั้น โดยสรุปแล้วการพยายามปรับปรุงวิธีการตรวจวัดอุณหภูมิของลูกค้าที่เข้าร้าน โดยให้ลูกค้าเป็นผู้วัดเองกับเครื่องวัดนั้น ควรจะให้วัดที่หน้าผากมากกว่า จะได้ค่าอุณหภูมิที่แม่นยำกว่าวัดที่ฝ่ามือครับ”ภาพข่าว อ.เจษฎาภาพข่าว อ.เจษฎา
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

ที่มา kapook.com

Back To Top